นักเรียนแลกเปลี่ยน Tony ประเทศสหรัฐอเมริกา แบบ F-1

นักเรียนแลกเปลี่ยน F-1

โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน Tony ประเทศสหรัฐอเมริกา F-1

นักเรียนหลายคนน่าจะมีความใฝ่ฝันที่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศสักครั้งในชีวิต โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เป็นประเทศยอดนิยมของเด็กนักเรียนมัธยมที่อยากไปใช้ชีวิต ไปแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมติดอันดับต้นๆ มากที่สุดเลยก็ว่าได้ โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนอเมริกาแบบวีซ่า F-1 มีความยืดหยุ่น ตอบโจทย์ และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามความต้องการของผู้ปกครองและนักเรียน ค่าใช้จ่ายสมเหตุสมผล มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือและดูแลตลอดระยะเวลาของโครงการ และที่สำคัญสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องรอให้มีครอบครัวอุปถัมภ์อาสาสมัครตอบรับเรา

ทำไมควรเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอเมริกา แบบ F-1?

  • นักเรียนสามารถเลือกได้ว่าจะเรียน โรงเรียนรัฐบาล หรือโรงเรียนเอกชน และสามารถระบุความสนใจในวิชาที่สนใจเรียน ไม่ว่าจะเป็น กีฬา ศิลปะ ภาษา หรือวิชาการ เพื่อทางโครงการจะได้จัดหาโรงเรียนที่เหมาะกับความต้องการได้
  • สามารถเลือกเมืองและรัฐเองได้
  • หมดกังวลเรื่องครอบครัวอุปถัมภ์ เพราะทางโครงการจะเป็นผู้จัดหามาให้แบบจ่ายค่าตอบแทน ทำให้มีครอบครัวอุปถัมภ์ที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการมาอย่างดี เหมาะกับนักเรียนและปลอดภัยอย่างแน่นอน

ใครที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้?

  • นักเรียนทุกคนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4 มีสิทธิ์สมัครสอบ
  • นักเรียนที่สอบผ่านข้อเขียนและการสอบสัมภาษณ์โดยทางตัวแทนมูลนิธิฯ
  • นักเรียนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป (ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2568)
  • นักเรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษแบบจริงจัง เพื่อไปใช้เรียนต่อมหาวิทยาลัย หรือประกอบอาชีพในอนาคต
  • นักเรียนที่อยากค้นหาตัวเอง และเป้าหมายในชีวิต
  • นักเรียนที่ต้องการอิสระทางความคิด และต้องการเรียนรู้ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของประเทศอเมริกา

ระยะเวลาเข้าร่วมโครงการและค่าใช้จ่าย

  • ระยะเวลา : 10 เดือน (1 ปีการศึกษา)
  • เดินทาง : สิงหาคม ปี 2568 – มิถุนายน ปี 2569
  • ค่าใช้จ่าย : เริ่มต้นที่ 850,000 บาทขึ้นไป

สิ่งที่รวมอยู่ในค่าใช้จ่าย

  • ค่าโครงการ
  • ค่าที่พักกับครอบครัวอุปถัมภ์
  • ค่าอาหารเช้าเย็น (วันธรรมดา) และค่าอาหาร 3 มื้อ (เสาร์- อาทิตย์) ที่จัดทำโดยครอบครัวอุปถัมภ์
  • ค่าจัดหาและตรวจสอบครอบครัวอุปถัมภ์ของนักเรียน
  • ค่าออกจดหมาย DS-2019 สำหรับใช้ยื่นวีซ่า รวมถึงค่าธรรมเนียมวีซ่า (VISA FEE)
  • ค่าประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ
  • ค่าติดต่อดำเนินการ / ประสานงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิและเจ้าหน้าที่โครงการในประเทศไทย
  • ค่าบริการรับส่งนักเรียนที่สนามบิน
  • ค่าจัดทำประกาศนียบัตร Honorary Diploma

สิ่งที่ไม่รวมอยู่ในค่าใช้จ่าย

  • ค่าใช้จ่ายการแปลเอกสารทำวีซ่าและค่าจัดทำเอกสารอื่นๆ ก่อนการเดินทาง
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ
  • ค่าตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าของเที่ยวบินภายในประเทศ และค่าใช้จ่ายน้ำหนักกระเป๋าที่เกินอัตรากำหนดของแต่ละสายการบิน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวรวมถึงค่าอาหารกลางวันที่โรงเรียน และค่าใช้จ่ายด้านกีฬาและสันทนาการอื่นๆ ของโรงเรียนเพิ่มเติม
  • ค่าทัศนศึกษาระหว่างปีของมูลนิธิ Nacel Open Door (นักเรียนสามารถตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมก็ได้)

วิธีการสมัคร

  • ติดต่อรับใบสมัครได้ที่ Line ID : @tonyeducation หรือ โทร 093-236-4553 หรือ กรอกข้อมูลที่หัวข้อสมัครเข้าร่วมโครงการ
  • รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับในขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนการสมัคร

  • ส่งใบสมัคร พร้อมชำระค่ามัดจำ 60,000 บาท ภายใน 31 กรกฎาคม 2567
  • เริ่มทำ Portfolio เสร็จภายในเดือนตุลาคม 2567
  • ชำระงวดที่ 2 จำนวน 270,000 บาท ภายในเดือนสิงหาคม 2567
  • ชำระงวดที่ 3 จำนวน 270,000 บาท ภายในเดือนตุลาคม 2567
  • ชำระงวดที่ 4 จำนวน 250,000 บาท ภายในเดือนธันวาคม 2567
  • เตรียมเอกสารวีซ่า เดือนเมษายน 2568
  • แจ้งเรื่อง Host Family Placement ครั้งที่ 1 ภายในเดือน เมษายน 2568
  • ยื่นวีซ่าภายในเดือนมิถุนายน 2568
  • แจ้งเรื่อง Host Family Placement ครั้งที่ 2 ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2568
  • ปฐมนิเทศก่อนเดินทางภายในเดือนกรกฎาคม
  • แจ้งเรื่อง Host Family Placement ครั้งที่ 3-4 ภายใน สิงหาคม 2568
  • ออกเดินทางช่วงกลางเดือนสิงหาคม- กลางเดือนกันยายน 2568 (กำหนดการจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของโรงเรียน)

หมายเหตุ

** ราคาอาจะมีการเปลี่ยนแปลง ตามโรงเรียน และเมืองที่เลือก

บจก. โทนี่ เอ็ดดูเคชั่น
เลขที่บัญชี 800-1-931455
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

    นักเรียนแลกเปลี่ยน Tony ประเทศสหรัฐอเมริกา แบบ J-1

    นักเรียนแลกเปลี่ยน J-1

    โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน Tony ประเทศสหรัฐอเมริกา J-1

    นักเรียนที่อยู่ในระดับมัธยมหลายคนน่าจะมีความใฝ่ฝันที่อยากจะไปลองเรียนที่ต่างประเทศดูสักครั้ง โดยเฉพาะโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศยอดนิยมที่เด็กมัยมอยากจะไปแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนอเมริกาแบบ J-1 ค่าใช้จ่ายถูกกว่าไปเองครึ่งต่อครึ่ง และมีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือและดูแลตลอดระยะเวลาโครงการ และที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ยังมี Host Family เป็นอาสาสมัครที่จะรับเราไปดูแลตลอดโครงการ

    ทำไมควรเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอเมริกา แบบ J-1?

    • พัฒนาทักษะภาษา น้องจะได้ใช้ภาษาในทุกๆวัน ในชีวิตจริงตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นั่น ภาษาแข็งแรงเพิ่มโอกาสในชีวิตทั้งเรื่องการเรียนและการทำงาน
    • 1ปี เปลี่ยนชีวิต ไปได้แค่ครั้งเดียวในช่วงเรียนมัธยมจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งความคิด ทัศนคติ และมุมมองในหลายๆเรื่องของวัยรุ่นคนนึง ประสบการณ์ที่หาไม่ได้แต่แค่ปีนี้ปีเดียวเท่านั้น
    • ได้เพื่อนและประสบการณ์ใหม่ รู้จักคนใหม่ๆ ได้ความคิดใหม่ๆ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ท่องเที่ยวไปในสถานที่ใหม่ๆ เหมือนได้ชีวิตใหม่
    • โอกาสในการค้นหาตัวเอง บางครั้งการไปใช้ชีวิตช่วงนึงในสถานที่ใหม่ๆ กับผู้คนใหม่ๆ และได้ใช้เวลากับตัวเองและความคิดตัวเอง อาจจะนำพามาซึ่งการค้นพบตัวเองในมุมอื่นๆ ใครจะรู้ นี่อาจจะเป็นการค้นพบตัวเองก็ได้

    ใครที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้?

    • นักเรียนทุกคนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4 มีสิทธิ์สมัครสอบ
    • นักเรียนที่สอบผ่านข้อเขียนและการสอบสัมภาษณ์โดยทางตัวแทนมูลนิธิฯ
    • เกรดเฉลี่ยน 2.5 ขึ้นไป
    • นักเรียนที่มีอายุ 15-18 ปี (15 ปี ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2568)
    • นักเรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษแบบจริงจัง เพื่อไปใช้เรียนต่อมหาวิทยาลัย หรือประกอบอาชีพในอนาคต
    • นักเรียนที่อยากค้นหาตัวเอง และเป้าหมายในชีวิต
    • นักเรียนที่ต้องการอิสระทางความคิด และต้องการเรียนรู้ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของประเทศอเมริกา

    ระยะเวลาเข้าร่วมโครงการและค่าใช้จ่าย

    • ระยะเวลา : 10 เดือน (1 ปีการศึกษา)
    • เดินทาง : สิงหาคม ปี 2568 – มิถุนายน ปี 2569
    • ค่าใช้จ่าย : เริ่มต้นที่ 490,000 บาทขึ้นไป

    สิ่งที่รวมอยู่ในค่าใช้จ่าย

    • ค่าโครงการ
    • ค่าที่พักกับครอบครัวอุปถัมภ์
    • ค่าอาหารเช้าเย็น (วันธรรมดา) และค่าอาหาร 3 มื้อ (เสาร์- อาทิตย์) ที่จัดทำโดยครอบครัวอุปถัมภ์
    • ค่าจัดหาและตรวจสอบครอบครัวอุปถัมภ์ของนักเรียน
    • ค่าออกจดหมาย DS-2019 สำหรับใช้ยื่นวีซ่า รวมถึงค่าธรรมเนียมวีซ่า (VISA FEE)
    • ค่าประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ
    • ค่าติดต่อดำเนินการ / ประสานงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิและเจ้าหน้าที่โครงการในประเทศไทย
    • ค่าบริการรับส่งนักเรียนที่สนามบิน
    • ค่าจัดทำประกาศนียบัตร Honorary Diploma

    สิ่งที่ไม่รวมอยู่ในค่าใช้จ่าย

    • ค่าใช้จ่ายการแปลเอกสารทำวีซ่าและค่าจัดทำเอกสารอื่นๆ ก่อนการเดินทาง
    • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ
    • ค่าตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง
    • ค่าน้ำหนักกระเป๋าของเที่ยวบินภายในประเทศ และค่าใช้จ่ายน้ำหนักกระเป๋าที่เกินอัตรากำหนดของแต่ละสายการบิน
    • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวรวมถึงค่าอาหารกลางวันที่โรงเรียน และค่าใช้จ่ายด้านกีฬาและสันทนาการอื่นๆ ของโรงเรียนเพิ่มเติม
    • ค่าทัศนศึกษาระหว่างปีของมูลนิธิ Nacel Open Door (นักเรียนสามารถตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมก็ได้)

    วิธีการสมัคร

    • ติดต่อรับใบสมัครได้ที่ Line ID : @tonyeducation หรือ โทร 093-236-4553 หรือ กรอกข้อมูลที่หัวข้อสมัครเข้าร่วมโครงการ
    • รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับในขั้นตอนต่อไป

    ขั้นตอนการสมัคร

    • ส่งใบสมัคร พร้อมชำระค่ามัดจำ 60,000 บาท ภายใน 31 กรกฎาคม 2567
    • เริ่มทำ Portfolio เสร็จภายในเดือนตุลาคม 2567
    • ชำระงวดที่ 2 จำนวน 150,00 บาท ภายในเดือนสิงหาคม 2567
    • ชำระงวดที่ 3 จำนวน 150,000 บาท ภายในเดือนตุลาคม 2567
    • ชำระงวดที่ 4 จำนวน 130,000 บาท ภายในเดือนธันวาคม 2567
    • เตรียมเอกสารวีซ่า เดือนเมษายน 2568
    • แจ้งเรื่อง Host Family Placement ครั้งที่ 1 ภายในเดือน เมษายน 2568
    • ยื่นวีซ่าภายในเดือนมิถุนายน 2568
    • แจ้งเรื่อง Host Family Placement ครั้งที่ 2 ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2568
    • ปฐมนิเทศก่อนเดินทางภายในเดือนกรกฎาคม
    • แจ้งเรื่อง Host Family Placement ครั้งที่ 3-4 ภายใน สิงหาคม 2568
    • ออกเดินทางช่วงกลางเดือนสิงหาคม- กลางเดือนกันยายน 2568 (กำหนดการจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของโรงเรียน)

    หมายเหตุ
    ** ราคาอาจะมีการเปลี่ยนแปลง ตามโรงเรียน และเมืองที่เลือก

    บจก. โทนี่ เอ็ดดูเคชั่น
    เลขที่บัญชี 800-1-931455
    ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

      เปิดรับสมัครแล้ว !! โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนต่างประเทศ (ประจำปีการศึกษา 2568-2569)

      นักเรียนแลกเปลี่ยน 2568-2569

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน คือ โครงการที่จัดขึ้น เพื่อให้นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา ได้มีโอกาสไปเรียนและใช้ชีวิตในต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะได้เรียนในโรงเรียนมัธยมประเภทรัฐบาลในต่างประเทศเป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา ตามหลักสูตรที่ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพ วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และความเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เพิ่มพูนทักษะทางภาษา พัฒนาความเป็นผู้นำและทักษะทางสังคมของนักเรียน และยังได้พัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางด้าน วัฒนธรรม การปรับตัว ความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ความมีวินัย อีกทั้งยังได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอาสาสมัคร และเรียนรู้ชีวิตของคนท้องถิ่นอีกด้วย นอกจากนี้น้องๆยังได้ประสบการณ์ท่องเที่ยวในมุมมองใหม่ๆได้พบปะเพื่อนจากหลากหลายๆประเทศ และค้นพบตัวเองที่เติบโตทางความคิดขึ้นอีกหนึ่งขั้น และพร้อมจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคตข้างหน้า

      วันที่เปิดรับสมัคร : เปิดรับสมัครแล้ว

      หมดเขตรับสมัคร : วันที่ 31 กรกฎาคม 2567

      ประเทศที่เปิดรับสมัคร นักเรียนแลกเปลี่ยน ประจำปีการศึกษา 2568-2569

      • สหรัฐอเมริกา (F-1/ J-1)
        • สำหรับ F-1 : นักเรียนสามารถเลือกโรงเรียน เมือง และรัฐเองได้
        • สำหรับ J-1 : นักเรียนไม่สามารถเลือกโรงเรียน เมือง และรัฐเองได้ ขึ้นอยู่กับ Host Family ที่เป็นอาสาสมัคร
      • แคนาดา
      • อังกฤษ
      • นิวซีแลนด์
      • แอฟริกาใต้ (เมือง Cape Town)
      • จีน
      • ฝรั่งเศส
      • สเปน
      • อิตาลี
      • เยอรมันนี
      นักเรียนแลกเปลี่ยน 2568-2569

      คุณสมบัติผู้สมัคร นักเรียนแลกเปลี่ยน

      • นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 – ชั้นปีที่ 4
      • นักเรียนที่สอบผ่านข้อเขียนและการสัมภาษณ์
      • นักเรียนที่มีเกรดเฉลี่ย 2.50 ขึ้นไป
      • นักเรียนที่มีอายุ 15 – 18 ปีบริบูรณ์ (อายุ15ปีบริบูรณ์ ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2568)
      • นักเรียนที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง เพื่อไปใช้เรียนต่อมหาวิทยาลัย หรือประกอบอาชีพในอนาคคต
      • นักเรียนที่อยากค้นหาตัวเอง และเป้าหมายในชีวิต
      • นักเรียนที่ต้องการอิสระทางความคิด และต้องการเรียนรู้ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมในต่างประเทศ
      • นักเรียนที่อยากท่องเที่ยวออกไปสัมผัสโลกกว้าง เปิดโลกทัศน์และได้เรียนรู้โลกที่แตกต่าง

      ทำไม? ควรเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน

      • ได้พัฒนาทักษะภาษา นักเรียนจะได้ใช้ภาษาในทุกๆ วัน ในชีวิตจริงตลอดระยะเวลาที่อยู่ต่างประเทศ ภาษาแข็งแรงขึ้นสามารถเพิ่มโอกาสในชีวิตทั้งเรื่องเรียน และการทำงาน
      • 1 ปี ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ โอกาสเพียงครั้งเดียวในช่วงชีวิตนักเรียนมัธยมฯ จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งความคิด ทัศนคติและมุมมองในเรื่องอื่นๆ
      • ได้รู้จักเพื่อนใหม่ และประสบการณ์ใหม่ จะได้พบเพื่อนต่างชาติจากทั่วโลก รอบล้อมไปด้วยสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ
      • มีโอกาสในการค้นหาตัวเอง และเป้าหมายของชีวิตมากขึ้น บางครั้งการได้ไปใช้ชีวิตในสถานที่ใหม่ กับผู้คนใหม่ และได้ใช้เวลากับตัวเอง อาจนำพาซึ่งการค้นพบตัวเองในมุมอื่น ๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

      สิ่งที่รวมอยู่ในค่าใช้จ่าย

      • ค่าธรรมเนียมโครงการ 1 ปีการศึกษา
      • ค่าที่พักกับครอบครัวอุปถัมภ์ หรือหอพักนักเรียน
      • ค่าอาหารเช้าเย็น (วันธรรมดา) และค่าอาหาร 3 มื้อ (วันเสาร์-อาทิตย์) ที่จัดทำโดยครอบครัวอุปถัมภ์
      • ค่าจัดหา และตรวจสอบครอบครัวอุปถัมภ์ของนักเรียน
      • ค่าดำเนินการ และค่าธรรมเนียมวีซ่า (Visa Fee)
      • ค่าประกันสุขภาพ และอุบัติเหตุ
      • ค่าติดต่อดำเนินการ / ประสานงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิ และเจ้าหน้าที่โครงการในประเทศไทย
      • ค่าบริการรับส่งนักเรียนที่สนามบิน
      • ค่าจัดทำประกาศนียบัตร Honorary Diploma เมื่อจบโครงการ

      *เป็นรายละเอียดโดยคร่าว อาจมีบางอย่างแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศ

      สิ่งที่ไม่รวมอยู่ในค่าใช้จ่าย

      • ค่าใช้จ่ายในการแปลเอกสารทำวีซ่า และค่าจัดทำเอกสารอื่นๆ ก่อนการเดินทาง
      • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
      • ค่าตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง
      • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางของเที่ยวบินภายในประเทศ และค่าใช้จ่ายน้ำหนักกระเป๋าที่เกินอัตรากำหนดของแต่ละสายการบิน
      • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว รวมถึงอาหารกลางวันที่โรงเรียน และค่าใช้จ่ายด้านกีฬา และสันทนาการอื่นๆ ของโรงเรียนเพิ่มเติม
      • ค่าทัศนศึกษาระหว่างปีของมูลนิธิ Nacel Open Door (นักเรียนสามารถเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมก็ได้)

      *เป็นรายละเอียดโดยคร่าว อาจมีบางอย่างแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศ

      ระยะเวลาเข้าร่วมโครงการ

      • ระยะเวลา 10 เดือน ( 1 ปีการศึกษา )
      • เดินทาง กรกฎาคม/ สิงหาคม/ กันยายน ปี 2568 – มิถุนายน ปี 2569

      *ช่วงเวลาการเดินทางอาจมีแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขการเปิดเรียนของแต่ละประเทศ

      ขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

      • ติดต่อขอสมัครสอบได้ที่ Tony Education เบอร์ 093-236-4553 | 096-861-2553 Line : @tonyeducation (มี @ ด้วยนะคะ)
      • ส่งใบสมัครเข้าร่วมโครงการ พร้อมชำระค่ามัดจำ 60,000 บาท ภายในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2567
      • ฟังประกาศผลสอบข้อเขียน หากผ่านสามารถสอบสัมภาษณ์กับตัวแทนมูลนิธิฯ
      • หลังจากผ่านแล้ว เริ่มนัดประชุมผู้ปกครองเพื่อรับฟังระเบียบและขั้นตอน
      • เริ่มขั้นตอนการทำ Portfolio ที่ต้องแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2567
      • ชำระค่าใช้จ่าย งวดที่ 2 ภายในเดือนสิงหาคม 2567
      • ชำระค่าใช้จ่าย งวดที่ 3 ภายในเดือนตุลาคม 2567
      • ชำระค่าใช้จ่าย งวดที่ 4 ภายในเดือนธันวาคม 2567
      • รอผลตอบรับจากทางมูลนิธิฯ
      • เริ่มขั้นตอนการเตรียมเอกสารใช้ทำวีซ่า เดือนเมษายน 2568
      • ยื่นวีซ่าภายในเดือนมิถุนายน 2568
      • ปฐมนิเทศก่อนออกเดินทางภายในเดือนกรกฎาคม หรือหลังสอบกลางภาคเรียนที่ 1/2568
      • ออกเดินทางช่วงกลางเดือน กรกฎาคม/ สิงหาคม /กันยายน 2568
      • เดินทางกลับถึงประเทศไทยช่วงเดือน มิถุนายน ปี 2569
      • ดำเนินการเรื่องการเทียบโอนผลการเรียน

      (กำหนดการเดินทางจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการเปิด-ปิดภาคเรียนหรือข้อกำหนดของโรงเรียน)

      ค่าใช้จ่ายเข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนแต่ละประเทศ

      ประเทศ ค่าใช้จ่าย
      สหรัฐอเมริกา ( J-1 )
      เริ่มต้น 490,000 บาท
      สหรัฐอเมริกา ( F-1 )
      เริ่มต้น 850,000 บาท
      แคนาดา
      เริ่มต้น 890,000 บาท
      อังกฤษ
      เริ่มต้น 790,000 บาท
      นิวซีแลนด์
      เริ่มต้น 850,000 บาท
      แอฟริกาใต้ (เมือง Cape Town)
      เริ่มต้น 540,000 บาท
      จีน
      เริ่มต้น 390,000 บาท
      ฝรั่งเศส
      เริ่มต้น 590,000 บาท
      สเปน
      เริ่มต้น 590,000 บาท
      อิตาลี
      เริ่มต้น 590,000 บาท
      เยอรมัน
      เริ่มต้น 590,000 บาท

      *สำหรับ F-1 : นักเรียนสามารถเลือกโรงเรียน เมือง และรัฐเองได้

      *สำหรับ J-1 : นักเรียนไม่สามารถเลือกโรงเรียน เมือง และรัฐเองได้ ขึ้นอยู่กับ Host Family ที่เป็นอาสาสมัคร

      รู้หรือไม่? : เข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน กลับมาแล้วไม่ต้องซ้ำชั้น ยกเว้น นักเรียนที่ต้องการเป็น แพทย์ วิศวกร หรือคณะที่ต้องใช้เกรดยื่น 5 เทอม

      ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศดีอย่างไร?

      นักเรียน แลกเปลี่ยน

      เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนคงมีข้อสงสัยว่า การไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศดีอย่างไร? คุ้มไหม? กับเวลา 10 เดือนที่ต้องไปเป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน พี่โทนี่ขอบอกเลยว่าได้ประโยชน์และคุ้มมากกับเวลา 10 เดือนที่น้องไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่ที่ต่างประเทศ

      ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศดีอย่างไร

      • อย่างแรกที่จะได้คือ ประสบการณ์ใหม่นอกห้องเรียนที่ต่างจากที่ประเทศไทย การไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ไม่เพียงแต่จะเป็นการพัฒนาทักษะด้านภาษา แต่ยังสามารถพัฒนาทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่มาจากวัฒนธรรมที่แตกต่าง ประเทศที่แตกต่างและปรับตัวให้สามารถอยู่ได้กับสังคมนั้น
      • ได้เรียนรู้การบริหารเวลาของตนเอง การเรียงลำดับและการจัดการว่าสิ่งใดสำคัญ สิ่งใดไม่สำคัญ เพราะเวลาที่เราไปอยู่ต่างประเทศ ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน เราจะต้องทำอะไรหลายๆอย่างด้วยตัวของเราเอง เพราะฉะนั้นเรามีโอกาสที่จะเรียนรู้ มีโอกาสที่จะคิดและลงมือทำ

      เด็กแลกเปลี่ยน

      • ได้เรียนรู้ประสบการณ์การเอาตัวรอด การแก้ไขปัญหา การโต้ตอบ และการดำรงชีวิตในต่างแดน ซึ่งจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น และมีวินัยเพิ่มมากขึ้น
      • น้อง ๆ หลายคนเวลาไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ก็มีโอกาสที่จะได้เดินทางสำรวจพื้นที่ ได้ทำกิจกรรมหลายอย่าง เช่น แคมป์ปิ้ง, เดินป่า หรือเล่นสกี ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เราไม่ค่อยได้ทำที่ประเทศไทย แต่เรามีโอกาสที่จะได้ไปทำกิจกรรมเหล่านี้ในระหว่างที่เราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่ที่ต่างประเทศ
      • ได้ไปอยู่ในที่ใหม่ๆ พบเจอคนใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งดีสำหรับเรา เพราะการที่เราไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน เราจะได้เจอผู้คนใหม่ๆ ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่มีผลกระทบเชิงบวกกับสภาพจิตใจ และความเป็นอยู่ของเรา

      เด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน

      ประสบการณ์จากการไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ 10 เดือน จะทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น รู้จักบริหารเวลาและวางแผนการดำเนินชีวิต ทำให้เรามีวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ สามารถจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ด้วยตนเอง มีการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น มีคอนเนคชั่นและเพื่อนใหม่ๆ ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่มาจากคนละวัฒนธรรม คนละประเทศกับเรา ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่จะได้จากการที่ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน 10 เดือน ที่ต่างประเทศ เท่านั้น ถือว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากๆ

      ที่โทนี่เอ็ดดูเคชั่นมีหลายประเทศให้น้อง ๆ ได้เลือกไปเป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศอเมริกา, แคนาดา, ฝรั่งเศส, จีน ถ้าน้องคนไหนสนใจก็ทักพี่โทนี่มาได้เลยทั้งทาง Facebook, Line หรือฟอร์มติดต่อเราที่หน้าเว็บไซต์

      เปิดรับสมัครแล้ว !! โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส จีน (ประจำปีการศึกษา 2566-2567)

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน คือ โครงการที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา ได้มีโอกาสเข้าศึกษาในโรงเรียนมัธยมรัฐบาลในต่างประเทศเป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา ตามหลักสูตรที่ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพ พร้อมทั้งเรียนรู้และพัฒนาตนเองในด้านต่างๆไมว่าจะเป็นทักษะทางด้านภาษา วัฒนธรรม การปรับตัว ความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ความมีวินัย อีกทั้งยังได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอาสาสมัคร และเรียนรู้ชีวิตของคนท้องถิ่นอีกด้วย นอกจากนี้น้องๆยังได้ประสบการณ์ท่องเที่ยวในมุมมองใหม่ๆได้พบปะเพื่อนจากหลากหลายๆประเทศ และค้นพบตัวเองที่เติบโตทางความคิดขึ้นอีกหนึ่งขั้นและพร้อมจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีอนาคตที่ดี

      พี่โทนี่มีโปรแกรมนักเรียนแลกเปลี่ยนให้น้องๆ ให้เลือกไปหลายโปรแกรมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น โครงการทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศ อเมริกา, แคนาดา, ฝรั่งเศส, จีน มาดูกันครับว่าแต่ละโครงการมีข้อกำหนดเรื่องอะไรกันบ้าง

      โครงการทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนร่วมกับมูลนิธิ Nacel Open Door (NOD) ประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

       

      มูลนิธิ NACEL OPEN DOOR คือใคร?

      Nacel Open Door, Inc. (NOD) คือองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านภาษาและวัฒนธรรม มีหน้าที่ประสานงานและคัดเลือกโรงเรียนมัธยมท้องถิ่น รวมทั้งครอบครัวอุปถัมภ์อาสาสมัครสำหรับนักเรียนที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลกโดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1957 และอยู่ภายใต้มาตรฐานองค์กรแลกเปลี่ยนทางการศึกษานานาชาติ (CSIET หรือ The Council on Standards for International Educational Travel) มีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่เมืองเซนต์ปอล รัฐมินนิโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้มอบหมายให้บริษัท โทนี่ เอ็ดดูเคชั่น จำกัดเป็นตัวแทนที่ประเทศไทย

       

      ทำไมควรเข้าร่วมโครงการทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา?

      • เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและใช้ในชีวิตประจำวันตลอดระยะเวลา 10 เดือน
      • มีโอกาสไปแค่ครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น และค่าใช้จ่ายถูกกว่าไปเอง 2-3 เท่า
      • เพื่อมีโอกาสใช้ชีวิตในต่างประเทศสักครั้ง และได้เพิ่มมุมมองและความคิดใหม่ๆ
      • เพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิตที่ไม่สามารถหาได้ในชั้นเรียนและเพื่อเพิ่มศักยภาพในตัวเองพร้อมกับวุฒิภาวะที่มากขึ้น
      • เพราะความแตกต่างหลากหลายของวัฒนธรรม จะทำให้ชีวิตมีรสชาติและเข้าใจอะไรมากขึ้น

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

       

      ใครที่สามารถเข้าร่วมโครงการทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดาได้?

      • นักเรียนทุกคนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 – ชั้นปีที่ 4 มีสิทธิ์สมัครสอบ
      • นักเรียนที่สอบผ่านข้อเขียนและการสัมภาษณ์โดยทางตัวแทนมูลนิธิฯ
      • นักเรียนที่มีอายุ 15 – 18 ปีบริบูรณ์ (ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2566)
      • นักเรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษแบบจริงจัง เพื่อไปใช้เรียนต่อมหาวิทยาลัย หรือประกอบอาชีพในอนาคต
      • นักเรียนที่อยากค้นหาตัวเอง และเป้าหมายในชีวิต
      • นักเรียนที่ต้องการอิสระทางความคิด และต้องการเรียนรู้ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมอเมริกัน และแคนาเดียน

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

       

      ขั้นตอนเข้าร่วมโครงการทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดามีอะไรบ้าง?

      1. ติดต่อขอรับใบสมัครสอบได้ที่ ตัวแทนมูลนิธิฯ ที่เบอร์ 093-236-4553 หรือ Line : @tonyeducation
      2. ถ้าสอบผ่านข้อเขียนภาษาอังกฤษ ก็จะได้สอบสัมภาษณ์กับตัวแทนมูลนิธิฯ
      3. หลังจากผ่านแล้วก็จะนัดประชุมผู้ปกครองเพื่อรับฟังระเบียบและขั้นตอน
      4. สมัครเข้าร่วมโครงการ พร้อมชำระค่ามัดจำ 25,000 บาท
      5. ทำ Portfolio เพื่อส่งให้มูลนิธิฯ คัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ
      6. รอผลตอบรับจากทางมูลนิธิฯ
      7. เตรียมเอกสารและทำวีซ่า
      8. ปฐมนิเทศก่อนเดินทาง
      9. ออกเดินทาง เดือนสิงหาคม หรือเดือนกันยายน ปี 2566
      10. เดินทางกลับถึงประเทศไทยช่วงเดือน มิถุนายน ปี 2567
      11. ดำเนินการเรื่องการเทียบโอนผลการเรียน

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

       

      ระยะเวลาเข้าร่วมโครงการฯและค่าใช้จ่ายโครงการทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา

      อมริกา

      ระยะเวลา 10 เดือน (1 ปีการศึกษา) เดินทาง สิงหาคม ปี 2566 – มิถุนายน ปี 2567 ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด 490,000 บาท สามารถแบ่งชำระได้

      แคนาดา

      ระยะเวลา 10 เดือน (1 ปีการศึกษา) เดินทาง สิงหาคม ปี 2566 – มิถุนายน ปี 2567 ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด 780,000 บาท สามารถแบ่งชำระได้

       

      สิ่งที่รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายโครงการทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา

      1. ค่าเทอม
      2. ค่าที่พัก
      3. ค่าอาหารเช้าเย็น (วันธรรมดา) และค่าอาหาร 3 มื้อ (เสาร์- อาทิตย์) ที่จัดทำโดยครอบครัวอุปถัมภ์
      4. ค่าจัดหาและตรวจสอบครอบครัวอุปถัมภ์ของนักเรียน
      5. ค่าออกจดหมาย DS-2019 สำหรับใช้ยื่นวีซ่า รวมถึงค่าธรรมเนียมวีซ่า (VISA FEE)
      6. ค่าประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ รวมถึงรักษาโรค Covid-19 ในกรณีที่ตรวจพบโรคระหว่างเข้าร่วมโครงการในประเทศอุปถัมภ์ (ไม่รวมโรคที่เป็นมาก่อนเข้าร่วมโครงการ)
      7. ค่าติดต่อดำเนินการ / ประสานงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิและเจ้าหน้าที่โครงการในประเทศไทย
      8. ค่าบริการรับส่งนักเรียนที่สนามบิน
      9. ค่าจัดทำประกาศนียบัตร Honorary Diploma
      10. ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ชั้นประหยัด
      11. ประเทศอเมริกา รวมค่าค่ายที่เมืองชิคาโก้ 3 วัน 2 คืน ประมาณ 15,000 บาท

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

       

      สิ่งที่ไม่รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายโครงการทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา

      1. ค่าใช้จ่ายการแปลเอกสารทำวีซ่าและค่าจัดทำเอกสารอื่นๆ ก่อนการเดินทาง
      2. ค่าตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง
      3. ค่าน้ำหนักกระเป๋าของเที่ยวบินภายในประเทศ และค่าใช้จ่ายน้ำหนักกระเป๋าที่เกินอัตรากำหนดของแต่ละสายการบิน
      4. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวรวมถึงค่าอาหารกลางวันที่โรงเรียน และค่าใช้จ่ายด้านกีฬาและสันทนาการอื่นๆ ของโรงเรียนเพิ่มเติม
      5. ค่าทัศนศึกษาระหว่างปีของมูลนิธิ Nacel Open Door (หมายเหตุ นักเรียนสามารถตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมก็ได้)
      6. ค่าตรวจเชื้อ Covid-19/ ค่าใช้จ่ายในการ Quarantine/ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวกับมาตรการ Covid-19 ทั้งที่เกิดในประเทศและต่างประเทศ

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนฝรั่งเศส กับมูลนิธิ Nacel Open Door

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

       

      ประเทศฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในจุดหมายของนักเรียนต่างชาติ เพราะภาษาฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในภาษาที่มีคนใช้เยอะทั่วโลกรองจากภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสจึงมีสถาบันภาษาที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่หลายแห่งตามหัวเมืองใหญ่ มีโรงเรียนมัธยม วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำมากมาย และด้วยความสวยงามของภูมิประเทศและแหล่งท่องเที่ยวที่มีมากมาย ทำให้มีนักเรียนไทยนิยมไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสกันเป็นจำนวนไม่น้อยเลยในแต่ละปี รวมถึงการเป็น นักเรียนแลกเปลี่ยนที่ฝรั่งเศส ด้วย

       

      ทำไมควรเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ฝรั่งเศส?

      • เพื่อพัฒนาทักษะภาษาฝรั่งเศสเอาไปใช้ในอนาคต ทั้งการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยและการประกอบอาชีพ
      • ได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่กับคนพื้นเมือง เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของคนฝรั่งเศส
      • เพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิตที่ไม่สามารถหาได้ในชั้นเรียนและเพิ่มศักยภาพในตัวเองพร้อมกับวุฒิภาวะที่มากขึ้น

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

       

      ใครที่สามารถเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนฝรั่งเศสได้?

      • นักเรียนทุกคนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 – ชั้นปีที่ 4 มีสิทธิ์สมัครสอบ
      • นักเรียนที่มีอายุ 15 – 18 ปี (อายุ 15 ปีก่อนวันเดินทาง)
      • นักเรียนที่มีพื้นฐานภาษาฝรั่งเศสอย่างน้อย 2 ปี หรือสอบผ่านภาษาฝรั่งเศสเลเวล A2 ขึ้นไป
      • นักเรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาฝรั่งเศส อยากค้นหาตัวเอง และเป้าหมายในชีวิต
      • นักเรียนที่ต้องการอิสระทางความคิด และต้องการเรียนรู้ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมฝรั่งเศส

       

      ระยะเวลาเข้าร่วมโครงการและค่าใช้จ่ายโครงการแลกเปลี่ยนฝรั่งเศส

      ระยะเวลา 10 เดือน (1 ปีการศึกษา) เดินทาง สิงหาคม ปี 2566 – มิถุนายน ปี 2567 ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด 340,000 บาท*

      * ค่าใช้จ่ายรวมทุกอย่างแล้ว!! ค่าโครงการ, ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าวีซ่า, ค่าประกันสุขภาพ, ค่าที่พัก, ค่าอาหาร
      * ไม่รวมค่าตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง, ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนจีน

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

       

      สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีประชากรมากกว่า 1,400 ล้านคนหรือเกือบจะประมาณ 1 ใน 5 ของประชากรโลก ทำให้มีจำนวนคนใช้ภาษาจีนเยอะที่สุดในโลก เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก อารยธรรมจีนโบราณ ยังถือว่าเป็นหนึ่งอารยธรรมยุคแรกเริ่มของโลก ประเทศจีนในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีความเจริญมาก หลายเมืองมีการใช้เทคโนโลยีแทนเงินสด มีการวางระบบขนส่งที่ทันสมัยและสะดวกมากขึ้น การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่จีน อาจจะเป็นการเดินทางครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตคุณเลยก็ได้

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

       

      ทำไมควรเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่จีน?

      • เพื่อพัฒนาทักษะภาษาจีนเอาไปใช้ในอนาคต ทั้งการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยและการประกอบอาชีพ
      • ได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่กับคนพื้นเมือง เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของคนจีน
      • นักเรียนได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ในหอพัก และยังได้มีโอกาสพักกับครอบครัวอุปถัมภ์ชาวจีน ด้วย

       

      ใครที่สามารถเข้าร่วมโครงการโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนจีนได้?

      • นักเรียนทุกคนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 – ชั้นปีที่ 4 มีสิทธิ์สมัครสอบ
      • นักเรียนที่สอบผ่านข้อเขียนภาษาอังกฤษ และสัมภาษณ์กับตัวแทนมูลนิธิ
      • นักเรียนที่มีอายุ 15 – 18 ปี (อายุ 15 ปีก่อนวันเดินทาง)
      • ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานภาษาจีนมาก่อน
      • นักเรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาจีน อยากค้นหาตัวเอง และเป้าหมายในชีวิต

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

       

      ระยะเวลาเข้าร่วมโครงการและค่าใช้จ่ายโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนจีน

      1. ระยะเวลา 10 เดือน (1 ปีการศึกษา) เดินทาง สิงหาคม ปี 2566 – มิถุนายน ปี 2567 ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด 340,000 บาท**

      2. ระยะเวลา 5 เดือน (1 เทอมการศึกษา) เดินทาง มกราคม ปี 2566 – มิถุนายน ปี 2566 ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด 290,000 บาท**

      ** ค่าใช้จ่ายรวมทุกอย่างแล้ว!! ค่าโครงการ, ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าวีซ่า, ค่าประกันสุขภาพ, ค่าที่พัก
      ** ค่าอาหารขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียน โรงเรียนที่ไม่รวมอาหาร นักเรียนสามารถซื้อทานได้เองที่โรงอาหารโรงเรียน ประมาณ 40-60 บาทต่อมื้อ
      ** ไม่รวมค่าตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง, ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ

      สมัครเข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนได้แล้ววันนี้ โควต้ามีจำนวนจำกัด!!

       

      โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

       

      รู้หรือไม่?

      ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนกลับมาแล้วไม่ต้องซ้ำชั้น!!! ยกเว้น นักเรียนที่ต้องการเป็น แพทย์ วิศวกร หรือคณะที่ต้องใช้เกรดยื่น 5 เทอม

      ติดต่อขอรับใบสมัครสอบหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่เบอร์ 093-236-4553 (พี่กิ๊ก) หรือ Line : @tonyeducation

      ตามหา ” Martin Luptak ” เพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนคนแรกที่อเมริกาที่หายไป 20 กว่าปี

      นักเรียนแลกเปลี่ยน อมเริกา

      ชีวิตทุกคนจะมีจุดเปลี่ยนอยู่หลายครั้ง แล้วจุดเปลี่ยนแต่ละครั้งก็จะกลายเป็นเรื่องราวของคนๆนั้นที่สามารถนำมาเล่าหรือเรียกว่าโม้ได้ทั้งชีวิต จะผ่านไปกี่ปีก็ไม่เคยลืม หนึ่งในจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตพี่ก็คือ การได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกามาเมื่อไม่นานมานี้ แค่ 20 กว่าปีที่แล้วเอง ไปครั้งเดียวมีจุดเปลี่ยนมากมาย ซึ่งหลายอย่างเรายังไม่รู้ตัวเองเลย และการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนครั้งนั้นก็เปลี่ยนชีวิตพี่มาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งอุปนิสัย แนวคิดหลายๆอย่าง ความเข้าใจโลกที่มากขึ้น ที่เห็นได้ชัดสุดคือน้ำหนักตัวที่เพิ่มมาเกือบสิบกิโล เรื่องความเปลี่ยนแปลงจากปีแลกเปลี่ยนนี้ พ่อแม่เพื่อนคอนเฟิร์มโดยที่พี่แทบจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงนี้กับตัวเอง

      วันนี้พี่เลยมาแชร์เรื่องราวจุดเปลี่ยนแรกของการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของพี่ ซึ่งคือการมีเพื่อนร่วมห้อง มันเริ่มมาจากบทสนทนาในครอบครัวเมื่อรู้ว่าต้องแชร์ห้องกับเด็กแลกเปลี่ยนอีกคน

      แม่ : “ทางโครงการฯ บอกจะมีรูมเมทคนนึงนะชื่อ มาร์ติน ลุปถัก เป็นคนมาจากประเทศสโลวาเกีย ระวังตัวด้วยนะ ไปอยู่ ไปแชร์ห้องกับใครก็ไม่รู้ ข้าวของ ทรัพย์สินและ…..โน่นนี่นั่น”
      พี่ต้น : “รู้แล้วม๊า พอแล้วๆ เดี๋ยวไปเจอก็รู้เอง”
      พ่อ : “ระวังตัวด้วยนะ ต้องหัดฉลาด รู้ทันคน อย่าไปโดนเค้าหลอก ของอะไรก็เก็บให้มันดีๆ …..อย่างนั้นอย่างนี้”
      พี่ต้น : “คับ คับ คับ ไปแล้วนะ เจอกันอีก 10 เดือน ถ้าอยู่ได้และไม่โดนส่งกลับก่อนนะ”

      นักเรียนแลกเปลี่ยน อมเริกา

      นั่นเลยเป็นที่มาของตอนนี้ที่พี่ขอตั้งชื่อว่า ‘Finding Martin Luptak’ คนที่เคยเป็นเพื่อนสนิทอยู่ 10 เดือน แล้วตอนนี้คือขาดการติดต่อกันไปแล้วกว่า 20 ปี (สมัยนั้นsocialมันยังไม่ทั่วถึงอ่ะเนอะ) อยากลองใช้พลังSocialตามหาดูครับเผื่อจะได้เปลี่ยนมันกลับมาเป็นเพื่อนสนิทอีกครั้ง อยากจะอัพเดทชีวิตกันและถ้าเป็นไปได้ต้องหาโอกาสเจอกันให้ได้สักครั้ง เรื่องราวการแชร์บ้านกับเพื่อนคนนี้เท่าที่พี่จำได้ก็ประมาณนี้ครับ

      1. กิจกรรมหลักแต่ละวัน :

      เมื่อประมาณวันที่ 5 กันยายน ปี 2000 พี่ไปถึงอเมริกาก่อนเจ้า Martin 1 วัน เช้าวันนั้นโฮสต์มัมก็เลยชวนไปรับ Martin ที่สนามบินเล็กๆในเมืองโมเดสโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ภาพจำของมันครั้งแรกคือเก็กมาเลย ตอนเช็คแฮนด์กันมันก็ขำใส่ ไม่รู้เมาไรมาป่าว พูดไม่หยุด พูดไปเรื่อย ถามทุกอย่างตลอดทางกลับบ้าน พอถึงบ้านสิ่งแรกที่มันทำคือนอนบนโซฟาแล้วก็นอนดูทีวี ขอบอกว่าเพื่อนพี่เป็นคนค่อนไปทางขี้เกียจ นอนก่อนแล้วค่อยทำสิ่งที่ต้องทำ พี่ก็ทำอะไรของพี่ไป พอมันกดวนช่องทีวีจนไม่มีอะไรดูแล้ว มันก็ถามพี่ว่าพี่เล่นกีฬาอะไรบ้าง พี่ก็บอกพี่ชอบเล่นบาส มันก็ดีใจเพราะมันก็ชอบเหมือนกัน เลยตกลงเย็นวันนั้นไปซื้อลูกบาสกัน ไปเล่นแถวบ้าน เล่นกันทุกวัน พวกพี่ต้องนั่งรถโรงเรียนกลับบ้าน ซึ่งมันมีตารางเวลาเป๊ะๆอยู่ ถ้ากลับไม่ทันรถต้องกวนโฮสต์มารับที่โรงเรียน พวกเราก็เกรงใจ กลับตามเวลาละกัน กลับมาถึงบ้านส่วนใหญ่ก็จะประมาณ 4 โมงเย็น เสาร์-อาทิตย์ไม่มีอะไรทำ ก็ต้องเล่นกันสองคนเพราะไม่มีใครแถวนั้นที่จะมาเล่นด้วย ซึ่งส่วนใหญ่มันก็จะแพ้พี่แล้วก็บ่นทุกวันว่าพี่โกง Sorry man!

      2. อาหารหลัก :

      ใครที่เคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจะพอรู้กันเรี่องอาหารการกินที่บ้านโฮสต์ ไม่ใช่ว่ากินไม่ได้นะ มันเป็นการกินเพื่ออยู่ครับ มันขาดอรรถรส คิดถึงกับข้าวที่บ้านมากตอนนั้น ผมกับมันก็เลยต้องออกไปหาอะไรกินเพิ่มนอกบ้านแทบทุกวัน เดินไป-กลับก็หลายกิโล ใช้วิธีกินที่บ้านก่อนพอเป็นพิธี กลัวโฮสต์ด่าแล้วดึกๆก็ค่อยออกมาหาอะไรกิน บอกโฮสต์ว่าไปเดินเล่น ไอ้เพื่อนคนนี้นี่มันชอบพิซซ่ามาก พวกเรามีร้านประจำเป็นร้านเล็กๆที่คนในพื้นที่เค้ากินกัน พวกเราก็กินกันแทบทุกวัน กินคนละชิ้น พิซซ่าอเมริกานี่มันก็ชิ้นใหญ่มาก ก็เลยนั่งแทะนั่งเมาท์เรื่อยเปื่อยกันไปด้วย เรียกได้ว่าภาษาอังกฤษดีขึ้นก็ตอนนี้แหละ ต่างคนต่างพูดไม่เป็นประโยคแต่ยังไงไม่รู้คุยกันรู้เรื่องซะงั้น ไปสุดขนาดเถียงกันเป็นภาษาอังกฤษได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งเถียงกันเรื่องอ่านออกเสียง ‘Yatch’ เราก็ยอชต์ มันก็ย้าท เถียงไปด่ากันไปแบบขำๆกันนะ ประมาณว่าใครโง่ภาษาอังกฤษกว่า (…สรุปว่าเรา) บางครั้งเถียงกันเรื่องไรไม่รู้ พี่โมโหด่ามันเป็นภาษาไทย มันก็ด่าเราเป็นภาษาสโลวัก ตลอด 6 – 7 เดือนที่อยู่ด้วยกัน พี่ได้เรียนภาษาสโลวัก มันก็ได้ภาษาไทยด้วย (ส่วนใหญ่ก็เป็นคำสบถแหละตามประสาวัยรุ่น) บางอารมณ์อยากสบถขึ้นมาก็ใช้โค้ดลับเป็นภาษาพวกเรานี่แหละ

      3. งานบ้าน :

      นักเรียนแลกเปลี่ยนควรต้องช่วยทำงานบ้านด้วย โดยส่วนใหญ่จะแบ่งเวรแบ่งหน้าที่กันทำกับคนทั้งบ้าน บางอาทิตย์เราเป็นคนล้างจาน บางอาทิตย์ทำห้องน้ำ บางอาทิตย์กวาดเก็บใบไม้หน้าบ้านหลังบ้าน ห้องนอนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำคัญมากคือทุกคนต้องเก็บห้องของตัวเอง เราเผอิญโชคดีได้โฮสต์ดีที่ขี้บ่นมาก บ่นประจำเรื่องห้องนอนกับตื่นสายวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันทำความสะอาดบ้าน ตลอด 16 ปีที่เกิดมา พี่ก็ไม่เคยทำงานบ้าน มันบอกมันก็ไม่เคยทำ ประเสริฐกันทั้งคู่ 555 เลยทำให้เราได้เรียนรู้ตรงนี้ และเอาจริงๆมันก็ติดมาเป็นนิสัยเล็กๆจนทุกวันนี้นะ มีความเป็นระเบียบขึ้นนิดนึง มาครบทั้งงานหมก งานแอบ งานลวก อีกบทเรียนที่ได้คือเราเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือกันยามคับขัน เราเลยทำข้อตกลงว่าจะผลัดกันทำงานบ้านคนละอาทิตย์ เพื่อที่คนนึงจะได้นอนดูทีวีได้ตลอดทั้งอาทิตย์ เรียกว่าฝึกทักษะการเจรจาต่อรองกันจากประสบการณ์นี้

      4. เรื่องไม่เป็นเรื่อง :

      ‘อือ อิ๊ด อือ แอดดดด…’ รุ่นนี้คงไม่ทัน นี่คือเสียงต่อเน็ตที่ดังทั้งบ้านเวลาใช้งานแต่ละครั้ง สมัยนั้นจะใช้เน็ตครั้งนึงต้องสลับสายโทรศัพท์บ้านมาเสียบโมเด็ม…. อ่ะ งง รุ่นนี้งง มันคือสิ่งมหัศจรรย์ของเด็กยุค 90s อย่างพวกพี่เลยนะ ฮ่าๆ แล้วที่บ้านโฮสต์ก็ดันมีสายโทรศัพท์อยู่สายเดียว ถ้าต่อเน็ตโทรศัพท์ก็จะใช้ไม่ได้ เรา (หมายถึงพี่กับMartin) ก็เลยตกลงกันว่าจะใช้เน็ตตอนดึกเพราะเราคิดว่าทุกคนเข้านอนกันแล้ว หลังจากเขียนจดหมายโต้ตอบกับที่บ้านมาได้ 2-3 เดือน พี่ก็แนะนำมันให้รู้จักกับอีเมล์ Martinตื่นเต้นมากกกก ถึงขนาดต้องโทรไปหาพี่สาวที่บ้านเรื่องจะไม่ส่งจดหมายแล้ว ดูวุ่นวายกันใหญ่เลย สรุปคืนนั้นมันได้เริ่มเขียนอีเมล์ฉบับแรกในชีวิต นั่งจิ้มคีย์บอร์ดอยู่ทั้งคืน รวมๆน่าจะเกือบสองชั่วโมงได้กว่าจะเขียนอีเมล์ฉบับนึงเสร็จ แล้วมันก็นั่งชื่นชมอยู่แป๊ปนึง มันคงกะว่าเดี๋ยวค่อยกดส่ง พอได้ฤกษ์กดส่ง มันก็นั่งรอดูผลงาน ทันใดนั้น เราก็ได้ยินโฮสต์มัมคุยโทรศัพท์อยู่นอกห้อง คงสำคัญมากมั้งคุยตอนเกือบตี 2 โฮสต์มัมคงเห็นไฟห้องเปิดอยู่ ก็เลยเปิดเข้ามาดูว่าทำไรกัน เราก็นั่งอึ้งกันอยู่ เพราะความพยายามกว่าสองชั่วโมงของMartinหายวับไปกับสายโทรศัพท์ที่่ถูกดึงออก โฮสต์แกก็บ่นพวกเราว่าไม่หลับไม่นอนแล้วก็ให้พวกเราปิดคอมด้วย วินาทีนั้น พี่Martinก็ของขึ้นเลยครับ ทะเลาะกันเลย ด่าภาษาอังกฤษสลับสโลวัก สงครามนี้ดูไม่รู้จะจบกันยังไง โฮสต์มัมไม่รู้ตัวว่าได้ทำร้ายเด็กหนุ่มคนนี้แบบไม่ได้ตั้งใจ โฮสต์มัมเองก็โมโห สุดท้ายเลยไม่ให้พวกเราใช้เน็ตอีก หนักเลยงานนี้ นอนบ่นเป็นภาษาสโลวักทั้งคืน หลังเลิกเรียนวันต่อมา ก็เลยต้องอยู่ใช้คอมที่โรงเรียนแล้วยอมตกรถโรงเรียน แถมไม่ทันรถเมล์รอบสุดท้ายเพราะต้องรอมันเขียนอีเมลล์คราวนี้อีกเกือบ 3 ชั่วโมง มันคงเอาเรื่องเมื่อคืนใส่ไปด้วยแน่ๆ จบด้วยการเรียกแท็กซี่กลับบ้านหลังส่งอีเมล์เสร็จ เรียกว่าเป็นความยากลำบากที่คนยุค 5G อาจจะนึกไม่ถึงจริงๆ

      5. วันสุดท้าย :

      วันที่พี่จะต้องกลับประเทศไทย ไฟลท์พี่ออกตั้งแต่เช้า ในเมืองของพี่เนี่ยไฟลท์บินแต่ละวันคือน้อยมากเพราะไม่ได้เป็นเมืองใหญ่ วันนั้นโฮสต์มัมดันตื่นสาย ไอ้เราก็นั่งรอ เกรงใจไม่กล้าไปปลุก รอจนลืม รู้สึกตัวอีกทีคือสายแล้วก็เลยจำเป็นไปปลุกโฮสต์มัม เจ๊แกก็เข้าห้องน้ำ ทำโน่นนี่นั่น กว่าจะได้ออกจากบ้านสุดท้าย…ตกเครื่อง วุ่นวายเลยทีนี้เพราะต้องไปต่อเครื่องที่แอลเอ ไฟลท์ที่มีจากเมืองนี้ก็ไม่ทันต่อเครื่อง โฮสต์มัมก็ติดงานด่วนเช้านั้น แกเลยเอาเราไปดร็อปไว้บ้านใหม่มาร์ติน(พี่เค้าโดนย้ายแต่ยังอยู่เมืองและโรงเรียนเดียวกัน ไว้หาโอกาสมาเล่ารอบหน้าเพราะนี่คือจุดเปลี่ยนอีกครั้ง)แล้ววานให้โฮสต์บ้านนั้นไปส่งเราอีกเมืองนึง เพื่อไปขึ้นเครื่องที่นั่นไปแอลเอ ไอ้มาร์ตินก็เลยไปส่งเราด้วย นั่งกันไปเกือบสองชั่วโมง สนุกมาก นั่งบ่นกันทั้งรถตลอดทาง ถึงสนามบินก็ไม่มีเวลาพิรี้พิไร จอดดร็อปหน้าประตูเพราะจะไม่ทันแล้ว และนั่นคือวันสุดท้ายที่ได้เจอมันในคราบชุดนอน หัวฟู ฟันไม่แปรง

      6. มิตรภาพ :

      มาร์ตินเป็นเพื่อนที่เรียกได้ว่าสนิทมากๆในช่วงที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน สนิทกันแบบไม่ต้องใช้เวลา สนิทกันแบบอัตโนมัติตั้งแต่วันแรก (เพราะรู้ว่ายังไงก็ต้องอยู่ร่วมบ้านกัน จะเขม่นกันตั้งแต่แรกก็คงไม่ได้ล่ะมั้ง) หลังจากแยกย้าย พี่พยายามตามหามันเท่าที่ทำได้แล้ว แต่สมัยก่อนมือถือไม่มี ช่องทางโซเชียลต่างๆก็ไม่มี อีเมลล์ที่เคยใช้ก็น่าจะเลิกใช้กันไปแล้ว การติดต่อทุกอย่างใช้การจดลงสมุด ซึ่งก็หายสาบสูญไปแล้ว พี่ลองติดต่อใช้วิธีไปทางบ้านโฮสต์ที่เคยอยู่ด้วยกันก็ดูเหมือนจะย้ายบ้านไปไหนแล้วไม่รู้ ลองหาในโลกโซเชียลก็ยังไม่เจอ พอโดนทีมงานบังคับเขียนเล่าเรื่องราวปีแลกเปลี่ยนอาทิตย์นี้เลยขอลองวิธีนี้แล้วกัน เผื่อโชคดีหาเพื่อนคนนี้เจออีกครั้ง

      มาครับ ลูกหลานใครอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ ยินดีให้คำแนะนำครับ

      นักเรียนแลกเปลี่ยน อมเริกา

      Please help me with ‘Finding Martin Luptak’ from Slovakia. In 2000, he was an exchange student in Modesto, California, USA and he should be about 40 years old now. As far as I know, he really loves his older sister. I think her name is Maria and they are not originally from Bratislava. He likes to play basketball and he loves beer very much. I wish I could catch up with him once again soon….

      อยากไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา >> คลิก<<