เรียนต่อประเทศไหน ทำงานพาร์ทไทม์ได้บ้าง

เรียนต่อต่างประเทศ งานพาร์ทไทม์

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อพัฒนาทักษะทางด้านภาษาและสัมผัสประสบการณ์ในการใช้ชีวิตต่างแดนให้คุ้มค่า แต่ไม่มีเงินหรือทุนการศึกษาเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด คุณสามารถหางานทำนอกเวลาเรียนหรือที่เรียกว่างานพาร์ทไทม์ได้

งานพาร์ทไทม์ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณจ่ายสำหรับการศึกษาและการใช้ชีวิตแต่ยังช่วยให้คุณเข้าใจถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศนั้นๆเพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพและเพิ่มความคล่องตัวในการใช้ชีวิตในต่างประเทศให้คุณได้อีกด้วย

หลายๆประเทศอนุญาตให้คุณสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้แต่คุณจำเป็นต้องศึกษากฎระเบียบและเงื่อนไขของประเทศต่างๆอย่างถี่ถ้วนเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกประเทศที่คุณต้องการไปศึกษาต่อและทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย

เรียนต่อต่างประเทศ งานพาร์ทไทม์

กฎการจ้างงานสำหรับนักศึกษาต่างชาติของประเทศต่างๆ

นี่คือรายละเอียดของกฎการจ้างงานในปัจจุบันสำหรับนักศึกษาต่างชาติในประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในต่างประเทศ โปรดจำไว้ว่า กฎหมายมีการปรับเปลี่ยนอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบกฎระเบียบข้อบังคับอีกครั้งก่อนเดินทาง

  • USA ตราบใดที่คุณมีวีซ่านักเรียน F1 คุณสามารถทำงานในมหาวิทยาลัยได้ในช่วงปีแรกของคุณ และคุณสามารถย้ายไปทำงานนอกมหาวิทยาลัยได้ในช่วงปีที่สองของคุณ ไม่จำกัดจำนวนชั่วโมงที่คุณทำงานได้
  • UK สามารถทำงานในสหราชอาณาจักรได้โดยไม่มีข้อจำกัด นักเรียนนอกสหภาพยุโรปที่มีวีซ่านักเรียนระดับ 4 สามารถทำงานได้สูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดภาคเรียน หรือทำงานเต็มเวลาในช่วงวันหยุดของมหาวิทยาลัย
  • China คุณต้องมีวีซ่านักเรียนจีนและได้รับอนุญาตจากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของจีนหากคุณต้องการทำงานในประเทศ
  • Canada นักศึกษาเต็มเวลาของแคนาดาที่ลงทะเบียนในสถาบันการศึกษาที่กำหนดมีสิทธิ์ทำงานนอกวิทยาเขตได้สูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ใบอนุญาตการศึกษาในแคนาดาของคุณจะระบุสิทธิ์การจ้างงานที่แน่นอนของคุณ
  • Australia ผู้ถือวีซ่านักเรียนชาวออสเตรเลียสามารถทำงานได้โดยไม่มีข้อจำกัดในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัย หรือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงภาคการศึกษา
  • France นักเรียนต่างชาติทุกคนที่มีวีซ่านักเรียนฝรั่งเศสมีสิทธิ์ทำงาน 964 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งคิดเป็นประมาณ 18.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • Russia ผู้ถือวีซ่านักเรียนรัสเซีย สามารถทำงานได้สูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยสัญญาจ้างงานของคุณจะสิ้นสุดในเวลาเดียวกับที่คุณเรียน
  • Germany หากคุณมาจากนอกสหภาพยุโรป แต่มีวีซ่านักเรียนเยอรมันที่ถูกต้อง คุณสามารถทำงานได้ 120 วันหรือ 240 วันครึ่งต่อปี นักเรียนสหภาพยุโรปได้รับอนุญาตให้ทำงาน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • New Zealand หากคุณใช้วีซ่านักเรียนนิวซีแลนด์ที่ยังไม่หมดอายุ คุณจะได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ คุณสามารถทำงานได้มากเท่าที่คุณต้องการในช่วงวันหยุด
  • Japan คุณจะต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงานแยกต่างหากหากต้องการทำงานในประเทศญี่ปุ่น ประเภทของงานที่คุณจะได้รับจะถูกจำกัดด้วย ตัวอย่างเช่น การทำงานในบาร์หรือร้านค้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
  • Spain เนื่องจากคุณมีวีซ่านักเรียนและใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง พลเมืองที่ไม่ใช่สหภาพยุโรปสามารถทำงานได้ถึง 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในสเปน นักเรียนสหภาพยุโรป EEA และสวิสไม่มีข้อจำกัดในการจ้างงาน

เรียนต่อต่างประเทศ งานพาร์ทไทม์

เคล็ดลับสำหรับนักเรียนต่างชาติที่จะทำงานในต่างประเทศ

  • จัดลำดับความสำคัญของการศึกษา: หากคุณต้องการประสบความสำเร็จในเรื่องของการศึกษาของคุณ อย่าปล่อยให้การทำงานนอกเวลามารบกวนการเรียนของคุณ คุณควรจัดเวลาการทำงานและการเรียนให้เหมาะสม
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณทำงานอย่างถูกกฎหมาย: การทำงานโดยไม่มีวีซ่าหรือใบอนุญาตที่ถูกต้องอาจทำให้คุณประสบปัญหาร้ายแรงได้ คุณจึงควรทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ
  • อย่าใช้เวลาว่างไปกับการทำงาน: การใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยมีมากกว่าแค่การเรียนและการทำงาน คุณควรใช้เวลาในการท่องเที่ยว และสนุกสนานกับเพื่อนๆบ้างอย่ามัวแต่เรียนหรือทำงานอย่างเดียว
  • หางานที่คุณชอบ: อย่ารับงานที่ทำให้คุณลำบากใจและทำลายประสบการณ์การเรียนของคุณ คุณควรลองมองหางานตามความถนัดหรือความชอบของคุณ ไม่แน่งานเหล่านี้อาจจะเพิ่มทักษะในการทำงานของคุณในอนาคตได้ด้วย

น้องๆคนไหน สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ แอดไลน์ @tonyeducation (มี @ ด้วยนะคะ) หรือ โทรสอบถามข้อมูลได้ที่ 093-236-4553

Ref : https://studee.com/

วิธีการขอ วัคซีนพาสปอร์ต ทำอย่างไร

Vaccine Passport วัคซีนพาสปอร์ต International Vaccination Certificate

ขั้นตอนการขอหนังสือรับรองการฉีดวัคซีน หรือ วัคซีนพาสปอร์ต (International Vaccination Certificate) สำหรับผู้ต้องเดินทางไปต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว มีวิธีการทำอย่างไร เตรียมเอกสารอะไร สามารถไปขอได้ที่ไหนบ้าง

ขอ “วัคซีนพาสปอร์ต” ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

กรณีมาขอเอกสารรับรองด้วยตัวเอง

1. หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุการใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน ฉบับตัวจริงและสำเนา (พร้อมลงสำเนาถูกต้อง)

2. บัตรประชาชน ฉบับตัวจริงและสำเนา (พร้อมลงสำเนาถูกต้อง)

3. ค่าใช้จ่ายในการออกเอกสารรับรอง 50 บาทต่อเล่ม

4. เอกสารรับรองการได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของประเทศไทย ที่ยืนยันว่าบุคคลนั้นได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบถ้วนแล้ว ฉบับตัวจริงและสำเนา (พร้อมลงสำเนาถูกต้อง)

สำหรับกรณีให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินการแทน

ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมอีก 2 รายการ คือ หนังสือมอบอำนาจฉบับจริง (ผู้มอบอำนาจ 1 คนต่อ 1 ฉบับ) และบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (ตัวจริงและสำเนา)

Vaccine Passport วัคซีนพาสปอร์ต International Vaccination Certificate

ขั้นตอนการขอ “วัคซีนโควิด”

สำหรับขั้นตอนการขอเอกสารรับรอง ผู้ขอเอกสารรับรองรับฯ ต้องติดต่อนัดหมายหน่วยงานตามช่องทางที่กำหนด หลังจากนั้นผู้ขอเอกสารรับรองฯ รับบัตรคิว รอเจ้าหน้าที่เรียกคิว หลังจากนั้นถึงขั้นตอนของการยื่นเอกสารที่เตรียมมา ขั้นตอนต่อไปเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้องของเอกสาร หากเอกสารไม่ครบถ้วนจะไม่สามารถออกเอกสารรับรองฯได้ แต่หากเอกสารครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการออกเอกสารรับรองให้

หลังจากนั้นผู้ขอเอกสารรับรอง ต้องลงลายมือชื่อที่หน้า 3 ของเอกสารรับรองฯ ในช่อง whose signature follows และด้านล่างของใบเสร็จรับเงิน จากนั้นเจ้าหน้าที่การเงินมอบเอกสารรับรองฯ และใบเสร็จรับเงิน พร้อมหลักฐานตัวจริงคืนให้กับผู้ขอเอกสารรับรอง

สถานที่ติดต่อขอรับหนังสือรับรอง

  • ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2134-0134 รับเฉพาะผู้ที่นัดล่วงหน้า ทางอีเมล porthealth_bkk@ddc.mail.go.th
  • คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-15.00 น. (หยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) สามารถนัดหมายล่วงหน้าได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-5903430 หรือทางอีเมล tmcbamras@gmail.com
  • กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค สามารถยื่นได้ในวันจันทร์และพุธ เวลา 09.00-12.00 น. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2590-3232
  • สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) เขตบางเขน กทม. ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ (หยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30-15.00 น. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2521-0943-5

Ref : https://covid-19.kapook.com , https://www.bangkokbiznews.com

มารู้จัก Duolingo English Test (DET) กันดีกว่า

Duolingo English Test (DET)

น้องๆ คงเคยได้ยิน Duolingo English Test (DET) กันมาบ้างแล้วว่าสามารถใช้แทน IELTS ได้ วันนี้มาทำความรู้จักกันดีกว่าค่ะว่า Duolingo English Test (DET) คืออะไร? หากต้องการทดสอบต้องเตรียมตัวอย่างไร?

Duolingo English Test (DET) คืออะไร ?

Duolingo English Test หรือ DET เป็นแบบทดสอบที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบความสามารถในการพูด ฟัง เขียน และอ่านภาษาอังกฤษ ซึ่งคล้ายกับการทดสอบมาตรฐานอื่นๆ เช่น TOEFL และ IELTS แต่ข้อแตกต่างมากที่สุดคือสำหรับ DET คือผู้สมัครไม่ต้องไปที่ศูนย์ทดสอบใดๆ สามารถทำข้อสอบได้จากที่บ้าน สิ่งที่ต้องมีคือคอมพิวเตอร์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น นอกจากนี้ Duolingo ยังเป็นแพลตฟอร์มสอนภาษาที่มีผู้ใช้มากกว่า 300 ล้านคนทั่วโลกและสามารถใช้คะแนน DET แทนคะแนนสอบของ IELTS เพื่อใช้ยื่นเรียนต่อมหาวิทยาลัยบางแห่งในต่างประเทศได้ด้วยเช่นกันค่ะ

DET มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ?

  • สามารถทำแบบทดสอบออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา
  • สามารถทำเสร็จได้ภายใน 1 ชั่วโมง และจะรู้ผลคะแนนภายใน 2 วัน
  • ได้รับการยอมรับจากสถาบันมากกว่า 2,000 แห่งทั่วโลก พร้อมส่งผลคะแนนให้สถาบันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
Duolingo English Test (DET)

รูปแบบการสอบ

Part I

  • เป็นการสอบพื้นฐานภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะด้วยกันคือ (ฟัง พูด อ่าน เขียน) โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที

Part II

  • พาร์ทสุดท้ายเป็นการสอบสัมภาษณ์ทาง Video conference ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

ค่าธรรมเนียมการสอบ

  • ค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนคือ $49 (ราว 1,500 บาท)

การเทียบผลคะแนนและการวัดระดับผลจากคะแนน DET

Duolingo English Test IELTS คำอธิบาย

155-160

9

ขั้นสูง
  • สามารถเข้าใจความหลากหลายของภาษาเขียนและภาษาสนทนารวมถึงภาษาเฉพาะทางที่ใข้ในสถาณการณ์ต่างๆ
  • สามารถเข้าใจความหมายโดยนัยหรืออุปมาอุปไมยที่ซ่อนอยู่ ในทางปฏิบัติ และในทางภาษาสำนวนโวหาร
  • สามารถใช้ภาษาได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสำหรับวัตถุประสงค์ทางสังคม วิชาการ และวิชาชีพส่วนใหญ่

145-150

8.5

135-140

8

125-130

7.5

115-120

7

ขั้นกลางตอนปลาย
  • สามารถบรรลุเป้าหมายของการสื่อสารโดยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะเป็นหัวข้อที่ไม่คุ้นเคย
  • สามารถเข้าใจประเด็นหลักของการเขียนเชิงรูปธรรมและนามธรรมได้
  • สามารถโต้ตอบกับผู้พูดภาษาที่มีความชำนาญได้อย่างง่ายๆพอควร

105-110

6.5

95-100

6

85-90

5.5

75-80

5

ขั้นกลาง
  • สามารถเข้าใจประเด็นหลักของการพูดหรือการเขียนเชิงรูปธรรมเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นกิจวัตร เช่น ที่ทำงาน และโรงเรียน
  • สามารถบรรยายประสบการณ์ ความทะเยอทะยาน ความคิดเห็น และวางแผน แม้ว่าจะเป็นไปด้วยความงุ่มง่ามและความลังเล

65-70

4.5

55-60

4

45-50

3.5

ขั้นพื้นฐาน
  • สามารถเข้าใจคำและวลีระดับพื้นฐานในภาษาอังกฤษ
  • สามารถจัดการกับข้อมูลง่ายๆ ทั่วไป และแสดงออกมาในบริบทที่คุ้นเคยได้

30-40

3

20-25

2.5

15

2

10

1.5

จะทราบผลคะแนนได้อย่างไร ?

ผลคะแนนจะถูกโพสต์ลงบนเว็บไซต์ DET ภายใน 2 วันหลังจากการทดสอบ และคะแนนจะถูกส่งไปยังผู้สมัครเป็นการส่วนตัว

ระยะเวลาของผลคะแนน

ผลคะแนน Duolingo English Test มีอายุ 2 ปีนับจากปีที่สอบ

Duolingo English Test (DET)

หากต้องการทดสอบต้องเตรียมตัวอย่างไร? และเตรียมอะไรบ้าง?

  • หนังสือเดินทาง, ใบขับขี่ หรือบัตรประจำประชาชนที่ออกโดยรัฐบาล
  • ห้องที่เงียบสงบและมีแสงสว่างเพียงพอในการทำข้อสอบ
  • เวลาว่าง 60 นาที
  • คอมพิวเตอร์ พร้อมกล้องวิดีโอ ไมโครโฟน เฮดโฟนหรือลำโพง และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพ

หากมีข้อสงสัยหรือมีคำถามเพิ่มเติมสามารถสอบถามพี่ๆ โทนี่ เอ็ดดูเคชั่น ได้ที่ Line OA : @tonyeducation (มี @ ด้วยนะคะ) ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!!

Ref : https://englishtest.duolingo.com/

5 เมืองรองที่อยากให้ลองไปเรียนภาษา

เรียนภาษา

เศรษฐกิจแบบนี้หลายๆคนอาจจะกังวลใจในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศว่าจะจ่ายไหวมั้ย??? วันนี้พี่ Tony เลยมาแชร์เมืองที่น่าเรียนภาษาแต่ค่าใช้จ่ายน่ารักให้น้องๆได้ลองศึกษากันดูนะครับ มาดูดีกว่าว่ามีเมืองไหนกันบ้าง

เรียนภาษา ไบรตัน อังกฤษ

เมืองไบรตัน ประเทศอังกฤษ

ไบรตัน เป็นเมืองตากอากาศริมชายฝั่งทะเลตอนใต้ที่มีชื่อเสียงของประเทศอังกฤษ มีโรงแรมเก่าแก่อยู่ติดชายฝั่งทะเลที่สร้างขึ้นในสมัยวิกตอเรีย เมืองนี้ยังเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ ร้านอาหาร และคาเฟ่มากมาย ผู้คนในเมืองก็จะชิลล์ๆหน่อย เป็นเมืองที่มีเสน่ห์เมืองหนึ่งของประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะถ้าคุณได้ไปเดินตามตรอกซอกซอยในตัวเมือง ทำให้ดึงดูดผู้คนมากมายทั้งคนอังกฤษเอง รวมถึงนักท่องเที่ยวและนักเรียนที่มาจากทุกมุมโลกให้มาเยือนที่นี่โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน การได้มาเรียนภาษาที่ไบรตันนั้นเป็นอะไรที่ดีมากๆ

ไม่น่าเชื่อว่าเมืองชายทะเลแห่งนี้ยังเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมเรื่องการศึกษาด้วย โดยเฉพาะโครงการระยะสั้นอย่างการเรียนซัมเมอร์เป็นกลุ่มและการเรียนภาษาระยะสั้นช่วงปิดเทอม ทำให้ที่นี่มีสถาบันภาษาที่มีคุณภาพตั้งอยู่หลายแห่งทั่วเมือง ด้วยตัวเมืองที่มีบรรยากาศแบบชิลล์ๆ ผู้คนที่เป็นมิตรและดูสบายๆ ทำให้มีนักเรียนอยากมาเรียนภาษาและเรียนต่อที่ไบรตันเยอะมากในแต่ละปี ในส่วนของโรงเรียนมัธยม, วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยก็ได้รับความนิยมเช่นกัน มีทั้งโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพหลักสูตรและมีจุดเด่นที่วิวทะเลแบบพาโนรามาจากห้องเรียน เป็นเมืองที่ใครไปก็จะได้รับความประทับใจกลับมาเสมอ

เรียนภาษา ชิคาโก อเมริกา

เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ชิคาโก้ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐอิลลินอยส์ที่มีความสำคัญเมืองหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นศูนย์กลางความเจริญแห่งหนึ่งของโลก และในปัจจุบันนับเป็น 1 ใน 10 เมืองสำคัญของโลกทางด้านเศรษฐกิจและสังคมด้วย ชิคาโก้ยังเป็นศูนย์กลางทางด้านความเจริญ การเงิน การคมนาคม และวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ มีนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจเดินทางเข้าไปที่ชิคาโก้เยอะมากในแต่ละปี รวมถึงเป็นหนึ่งในเมืองที่มีคนอาศัยอยู่มากที่สุดของประเทศอเมริกา มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย การท่องเที่ยวและเรียนและภาษาและเรียนต่อที่ชิคาโก้จึงกลายเป็นจุดมุ่งหมายหนึ่งของหลายๆคน

นอกจากการท่องเที่ยว เรื่องการศึกษาในชิคาโก้ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน ในเมืองนี้มีสถาบันภาษา โรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งที่รองรับนักเรียนต่างชาติที่เดินทางมาเรียนเป็นจำนวนไม่น้อยเลยในแต่ละปี ไม่ว่าจะมาเรียนภาษาระยะสั้นหรือระยะยาวที่มีหลักสูตรให้เลือกมากมาย และที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษแบบเร่งรัดที่หลักสูตรเปิดทุกวันจันทร์เกือบตลอดทั้งปี ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้คนนิยมเรียนต่อที่ชิคาโก้กันก็คือความหลากหลายทางวัฒนธรรมและตัวเลือกทางการศึกษาของเมืองนี้นี่เอง

เรียนภาษา บริสเบรน ออสเตรเลีย

เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย

บริสเบนเป็นเมืองหลวงของรัฐควีนแลนด์และเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับสามของประเทศออสเตรเลีย เป็นอีกเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม มากกว่า 30% ของคนที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นชาวต่างชาติที่มาตั้งถิ่นฐาน เป็นเมืองที่อยู่ง่าย ผู้คนอัธยาศัยดี มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย มีแนวชายหาดดังระดับโลกที่ Gold Coast ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาจากทั่วโลก การเรียนภาษาที่บริสเบนจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอันดับต้นๆ

บริสเบนเป็นจุดหมายของนักเรียนต่างชาติอีกเมืองหนึ่ง ในเมืองมีสถาบันสอนภาษาหลายแห่ง และมีหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากอย่างเช่นหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษแบบเร่งรัดและหลักสูตรวิชาชีพอย่างบาริสต้า ทำผมและที่เกี่ยวกับแฟชั่นและความงาม ที่เปิดสอนเกือบตลอดทั้งปี ช่วงซัมเมอร์ที่นี่จะค่อนข้างเต็มไปด้วยผู้คนเพราะมีนักเรียนต่างชาติเดินทางเข้ามาเรียนและท่องเที่ยวมากขึ้น บริสเบนมีโรงเรียนมัธยม, วิทยาลัยนานาชาติและมหาวิทยาลัยที่ดีหลายแห่งด้วยกัน มี University of Queensland ที่เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศและติดอันดับท็อป 50 ของโลกด้วยสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดให้คนมาเรียนต่อที่บริสเบนคือคนที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แบบถูกกฎหมาย ซึ่งอาจจะไม่ได้มากแต่เอามาช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในแต่ละสัปดาห์ได้ บริสเบนเหมาะกับนักเรียนโตและคนวัยเริ่มทำงานที่ต้องการมาเรียนต่อเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ เราเชื่อว่าถ้าคุณได้มาเรียนต่อที่บริสเบน คุณภาพชีวิตคุณจะดีมาก รวมถึงได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศที่ต่างไปจากชีวิตเดิมๆของคุณอย่างแน่นอน

เรียนภาษา เวลลิงตัน นิวซีแลนด์

เมืองเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์

เวลลิงตันเป็นเมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาะเหนือ มีชื่อเล่นว่า “เมืองแห่งสายลม” เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีสายลมพัดผ่านมากที่สุดของประเทศ เป็นเมืองที่อากาศดีเกือบตลอดทั้งปี เป็นเมืองที่สะอาด ไม่มีมลพิษเลย จนถูกยกให้เป็นอีกเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ตัวเลือกการเรียนภาษาและเรียนต่อที่เวลลิงตันจึงเป็นเรื่องน่าสนใจอีกเมืองหนึ่ง

นิวซีแลนด์นั้นขึ้นชื่อในเรื่องมาตรฐานของการศึกษาอยู่แล้วและเวลลิงตันก็เป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักเรียนต่างชาติเช่นกัน ที่นี่มีสถาบันการศึกษาที่ได้รับการยอมรับ มีมาตรฐานและได้รับการรับรองให้อยู่ใน category 1 อยู่หลายแห่ง ไม่ว่าคุณจะเลือกเรียนภาษาหลักสูตรระยะสั้น-ระยะยาว เรียนซัมเมอร์เดินทางเป็นกลุ่ม หรือเรียนในโรงเรียนมัธยม ก็มีหลักสูตรให้เลือกตามความต้องการ ค่าเทอมก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับประเททศอื่นๆที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ยังมีจำนวนนักเรียนส่วนหนึ่งเดินทางมาเรียนหลักสูตร Diploma ที่นี่ด้วยเพราะมีให้เลือกหลากหลายวิชา การเรียนต่อในระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยก็ได้ความนิยมเช่นกันนอกจากนี้นักเรียนต่างชาติที่ถือวีซ่านักเรียนยังสามารถเรียนและทำงานแบบพาร์ทไทม์ไปด้วยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์อีกด้วย จึงทำให้นักเรียนต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลกนิยมเดินทางไปเรียนภาษาและเรียนต่อที่เวลลิงตัน

เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา

โตรอนโต ตั้งอยู่ในรัฐมอนแทรีโอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของแคนาดาและใหญ่เป็นอันดับ 4 ในทวีปอเมริกาเหนือ มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติมากที่สุดเมืองหนึ่ง เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนรัฐบาลแคนาดาแต่งตั้งให้โตรอนโตเป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของประเทศเลยทีเดียวโตรอนโตยังเป็นเมืองที่ทันสมัยและมีความเป็นสากล มีกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ด้านวัฒนธรรม ด้านชีวิตแสงสีตอนกลางคืน มีตลาด รวมถึงถนนคนเดินและย่านชอปปิ้งมากมาย มีจุดท่องเที่ยวสำคัญ หลายที่ ซึ่งทั้งหมดทำให้เมืองนี้เป็นหนึ่งในหัวเมืองหลักสำหรับนักท่องเที่ยว การได้มาเรียนภาษาและเรียนต่อที่โตรอนโตจึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างบรรยากาศการเรียนและการท่องเที่ยว

โตรอนโตเหมาะกับนักเรียนต่างชาติทุกเพศทุกวัยที่ต้องการมาเรียน ไม่ว่าจะมาเรียนภาษาหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว เรียนต่อมัธยม หรือเรียนต่อมหาวิทยาลัย ที่นี่มีสถาบันการศึกษาที่น่าสนใจอยู่หลายแห่งด้วยกัน มีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอย่าง University of Toronto ที่ติดอันดับ Top 25 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลกทุกปี เหตุผลต่างๆที่ทำให้นักเรียนเลือกมาเรียนต่อที่โตรอนโตก็อย่างเช่น ค่าเรียนหรือค่าเทอมที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษ ค่าครองชีพที่ไม่แพงมากนักเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ อย่างนิวยอร์กหรือลอนดอน ความเป็นอยู่ของคนที่นี่และความปลอดภัยในเมืองก็ด้วย การเลือกมาเรียนภาษาและเรียนต่อที่โตรอนโตจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

หากน้องๆ สนใจดูข้อมูลประเทศและเมืองอื่นๆที่น่าสนใจไปเรียนต่อต่างประเทศอ่านต่อได้ที่นี่ครับ >> คลิก << กรือน้องๆคนไหนอยากได้ข้อมูลหรือคำปรึกษาในการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติมสามารถติดต่อมาได้ตามช่องทางการติดต่อได้เลยครับ พี่โทนี่ยินดีให้คำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมครับ

PR (Permanent Resident Visa) กับ TR (Temporary Graduate Visa) ของออสเตรเลียแตกต่างกันอย่างไร?

วีซ่า PR TR ออสเตรเลีย

PR (Permanent Resident Visa) หรือวีซ่าผู้พำนักถาวรในประเทศออสเตรเลีย แต่ยังไม่ถือว่าเป็นพลเมืองและจะต้องทำการต่ออายุเมื่อวีซ่านั้นหมดอายุลง

TR (Temporary Resident Visa) หรือวีซ่าที่อนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่านี้อยู่ที่ประเทศออสเตรเลียได้ชั่วคราว และวีซ่า TR ยอดนิยมคือวีซ่า Temporary Graduate Visa หรือถ้าจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ วีซ่าอยู่ต่อชั่วคราวหลังเรียนจบ

วีซ่า PR TR ออสเตรเลีย

ทำอย่างไรถึงได้ PR และ TR?

การจะได้ PR ต้องเรียนให้ตรงตามทักษะและอาชีพที่ประเทศออสเตรเลียต้องการ ได้แก่ พยาบาล, วิศวกรรมศาสตร์, บัญชี, เทคโนโลยีสารสนเทศ, แพทย์, สถาปัตย์, เชฟ และสาขาวิชาเฉพาะอื่นๆ ซึ่งสามารถเข้าไปดูลิสต์เต็มๆกันได้ที่ Medium and Long-term Strategic Skills List (MLTSSL) หลังจากเรียนจบแล้วสามารถหานายจ้างเพื่อสปอนเซอร์ หรือจะทำการสมัคร Skilled Independent Visa ซึ่งจะทำการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นต่างๆ

อีกวิธีที่จะได้ PR คือต้องหานายจ้างหรือธุรกิจที่ออสเตรเลียมาสปอนเซอร์เรา แต่ถึงแม้ว่าเราจะไม่ต้องเรียนจบในสาขาที่มีอยู่ใน MLTSSL ก็ได้ แต่อาชีพที่นายจ้างจะสปอนเซอร์ได้ก็ต้องมีอยู่ใน Consolidated Sponsored Occupations List (CMLTSSL) ด้วยเช่นกัน

ส่วนการที่จะได้ TR จะต้องผ่านการเรียนจากคอร์สที่จดทะเบียนหลักสูตรตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป และอยู่ในระดับปริญญาตรี โท เอก หรือสายอาชีพที่มีระบุอยู่ใน MLTSSL ซึ่งวีซ่า TR แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ Graduate Work Stream และ Post-Study Work Visa

วีซ่า PR TR ออสเตรเลีย

  • Graduate Work Stream วีซ่านี้เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนที่เรียนจบมาในสาขาอาชีพที่มีระบุอยู่ใน MLTSSL เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) บัญชี สถาปัตย์ วิศวะ แพทย์ และอื่นๆ ซึ่งเป็นสาขาอาชีพที่ได้รับการคัดเลือกให้สามารถต่อวีซ่าประเภทนี้ได้ แล้วยังต้องเรียนจบในหลักสูตรที่มีระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี มีผลสอบภาษาอังกฤษ IELTS Overall 6.0 (จะเป็น General Module หรือ Academic Module ก็ได้) โดยในแต่ละพาร์ทมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 5.0 หลังจากได้รับวีซ่านี้แล้วจะสามารถอยู่และทำงานในประเทศออสเตรเลียได้อีกเป็นเวลา 18 เดือน
  • Post-Study Work Visa วีซ่านี้เปิดโอกาศให้กับผู้ที่เรียนจบมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ในสาขาวิชาใดก็ได้ ระยะเวลาในการอยู่ต่อนั้นแบ่งประเภทตามลักษณะการเรียนที่ผ่านมา เช่น
    • เรียนจบ Bachelor/ Master Degree by coursework ระยะเวลาหลักสูตร 2 ปีขึ้นไป จะสามารถอยู่ต่อได้อีก 2 ปี
    • เรียนจบ Master Degree by research ระยะเวลาหลักสูตร 2 ปีขึ้นไป จะสามารถอยู่ต่อได้อีก 3 ปี
    • เรียนจบ Phd ระยะเวลาหลักสูตร 2 ปีขึ้นไป จะสามารถอยู่ต่อได้อีก 4 ปี
    • เงื่อนไขผลสอบคะแนน ELTS เหมือนกับ Graduate Work Stream Visa โดยคะแนน IELTS Overall 6.0 และแต่ละพาร์ทมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 5.0 (จะเป็น General Module หรือ Academic Module ก็ได้เช่นกัน)

วีซ่า PR TR ออสเตรเลีย

เชื่อว่าน้องๆ หลายคนสนใจไปเรียนต่อออสเตรเลีย และอยากหาประสบการณ์ทำงานหลังเรียนจบ และหาเงินคืนทุนค่าเรียนที่จ่ายไปใช่มั้ย พี่ Tony คอนเฟิร์มเลยว่าประเทศออสเตรเลียน่าไปเรียนมากๆ เพราะมีนักเรียนต่างชาติเดินทางเข้าไปเรียนจำนวนมากในแต่ละปี เป็นประเทศที่ระบบการศึกษาและมาตรฐานการเรียนการสอนดีเป็นอันดับต้นๆของโลก ออสเตรเลียมีสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพมากมาย จึงตอบโจทย์นักเรียนต่างชาติทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะมาเรียนภาษา เรียนซัมเมอร์ เรียนต่อมัธยม หรือเรียนต่อมหาวิทยาลัย ระบบการศึกษาจะแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ มีมหาวิทยาลัยซิดนีย์เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ

วีซ่า PR TR ออสเตรเลีย

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาตินิยมไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย คือ การที่ประเทศเปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติเข้ามาเรียนและทำงานได้ด้วย โดยคนที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แบบถูกกฎหมาย ซึ่งพอเพียงสำหรับค่ากินอยู่ในแต่ละสัปดาห์ เรื่องของค่าเรียนและค่าครองชีพก็สามารถจัดการได้ไม่ยาก ถึงแม้ค่าเรียนที่นี่โดยรวมถือว่าสูง แต่ก็ยังมีสถาบันที่ค่าเรียนไม่สูงมากอยู่หลายแห่ง ยกเว้นในระดับมหาวิทยาลัยที่ค่าเรียนถือว่าค่อนข้างแพง ที่พักก็สามารถจัดการได้ น้องๆอาจจะลองเลือกพักกับครอบครัวท้องถิ่นที่ทางโรงเรียนจัดหาให้ก็ได้หรือหาอพาร์ทเมนท์แชร์กับเพื่อนใกล้ๆกับตัวเมือง การเรียนต่อที่ออสเตรเลียจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากเพราะคุณภาพด้านการศึกษาที่ดี มีทางเลือกเรื่องสถาบันมากมายและถือเป็นหนึ่งประเทศที่น่าอยู่และความเป็นอยู่ที่ดี และที่เลิศที่สุดสำหรับน้องๆ ที่อยากย้ายประเทศ หรือถิ่นพำนักแบบถาวร คือ การได้ PR และ TR หลังเรียนจบ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขอสัญชาติออสเตรเลีย

วีซ่า PR TR ออสเตรเลีย

เป็นไงบ้างคะ อยากไปเรียนต่อออสเตรเลียแล้วใช่มั้ย ^^ หากมีข้อสงสัยหรืออยากขอคำแนะนำเพิ่มเติม ติดต่อพี่ๆ Tony Education มาได้เลยค่ะ พี่ๆ พร้อมแชร์ประสบการณ์จากการไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศจริงๆ และคำแนะนำต่างๆ ให้กับน้องๆ ฟรี!! ไม่คิดค่าบริการค่ะ

ดูข้อมูลประเทศออสเตรเลียเพิ่มเติม >>คลิก<<

การเป็น Permanent Resident ที่แคนาดา ดีอย่างไร

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

Permanent Resident of Canada

Permanent Resident คือ วีซ่าแคนาดาถาวร เรียกสั้นๆว่า PR ของแคนาดา หรือกรีนการ์ดแคนาดา คนที่ถือ PR จะมีสถานะเท่าเทียมกับพลเมืองแคนาดาทุกอย่าง ยกเว้น ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งหรือลงคะแนนเสียงได้ และมีพันธะต้องอาศัยอยู่ในแคนาดาอย่างน้อย 730 วัน (ประมาณ 2 ปี) ในทุกๆ 5 ปี และสามารถอาศัยได้อย่างเสรีในทุกรัฐของแคนาดา ประกอบธุรกิจการค้าได้ทุกประเภท รวมถึงทำงานบริษัทเอกชน หรือรัฐบาล และยังได้รับสวัสดิการต่างๆ เท่าเทียมพลเมืองของแคนาดา หลังจากนั้นสามารถขอสัญชาติแคนาดาและพาสปอร์ตได้ (Canadian Citizenship & Passport) เมื่อพำนักอยู่ในแคนาดาครบ 3 ปีในทุก 5 ปี

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ถ้าน้องๆ ได้สัญชาติแคนาดา (Canadian Citizenship) ถือว่าน้องๆ ได้สิทธิประโยชน์อันประเมินค่าไม่ได้เลยจริงๆ (ประเมินคร่าวๆกันว่ามันมีมูลค่ามากกว่า $1 ล้านเหรียญเลยทีเดียว) เพราะด้วยสิทธิประโยชน์หลายๆ อย่าง แล้วพลเมืองแคนาดาที่ถือพาสปอร์ตแคนาดา สามารถเดินทางเข้า-ออกได้มากกว่า 188 ประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องขอวีซ่า (Visa Free) หรือขอวีซ่าเมื่อไปถึง (Visa on arrival) โดยพาสปอร์ตแคนาดาได้รับการจัดอันดับอยู่ในลำดับที่ 3 ของโลก เทียบเท่ากับ พาสปอร์ตเยอรมัน (As of 7 July 2020) ซึ่งข้อนี้กรี๊ดมากกกก เพราะไม่ต้องเตรียมเอกสารต่างๆในการขอวีซ่าให้วุ่นวาย

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ที่เลิศกว่านั้นคือ กฏหมายไทยอนุญาตให้พลเมืองไทยถือครองได้หลายสัญชาติ (Dual / Multi Citizenship) มีสถานะเป็นพลเมืองแคนาดาและพลเมืองไทยได้ คือ ถือทั้งพาสปอร์ตแคนาดาและพาสปอร์ตไทยเลย ข้อดีของการมีสองสัญชาติ (Dual citizenship) หรือหลายสัญชาติ (Multi citizenship) มันเป็นก้าวที่สำคัญ สู่ชีวิตที่มีความเป็นนานาชาติ (International life) โดยไม่จำกัดตนเองให้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่ว่าในสถานการณ์ความยุ่งยากใดๆ ปัญหาการเมือง เกิดจลาจล หรือภัยจากการก่อการร้าย พาสปอร์ตเล่มที่สองที่ได้มาจาก การย้ายประเทศ เปลี่ยนประเทศ ย้ายสัญชาติ หรือเปลี่ยนสัญชาติ นำมาซึ่งผลประโยชน์มากมายให้กับน้องๆและครอบครัว เช่น การวางแผนด้านภาษี (Tax optimization) เดินทางเสรี โอกาสด้านการศึกษา บริหารจัดการความเสี่ยงด้านต่างๆในชีวิต ฯลฯ

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ PR จะได้รับ

  • มีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกับพลเมืองที่เกิดในแคนาดา (Canadian-born citizens) ทุกประการ
  • เมื่อได้รับสถานะพลเมืองแคนาดาแล้ว สัญชาติแคนาดาคงอยู่ติดตัวตลอดชีพและตกทอดไปถึงลูกหลาน
  • การศึกษาภาคบังคับ ประชาชนเรียนฟรี ตั้งแต่ประถม จนถึงมัธยมปลาย
  • ผู้ถือวีซ่าถาวรแคนาดา PR Canada เมื่อเรียนต่อแคนาดาในระดับปริญญาตรี (Undergraduate) หรือปริญญาโท-เอก (Post-graduate) ประหยัดค่าเทอมได้มากกว่าปีละ 700,000-800,000 บาท (เทียบกับนักเรียนต่างชาติที่ขอใบอนุญาตเรียนต่อแคนาดา) รวมทั้งขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล/ทุนการศึกษา/เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาฯ ได้ด้วย
  • สามารถสปอนเซอร์สามี ภรรยา บิดา มารดาและลูก (ไม่เกิน 18 ปี) มาอยู่แคนาดาได้
  • ระบบประกันสุขภาพ รักษาพยาบาลฟรี ภายในเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับโลก
  • ได้รับการเคารพต่อวัฒนธรรมและความเชื่อที่แตกต่างหลากหลาย ได้รับการคุ้มครองในเสรีภาพการนับถือศาสนา เสรีภาพในการแสดงออก
  • ได้รับสวัสดิการเงินช่วยเหลือ (Income Assistance) ในหลายรูปแบบ เช่น เงินช่วยเหลือบุตร (National Child Benefits), เงินบำนาญคนชรา (Old Age Security Pension), เงินเกษียณอายุ (Canada Pension Plan), เงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย (Guaranteed Income Supplement), เงินประกันการว่างงาน (Unemployment Insurance)
  • Employment Insurance (EI) รัฐบาลจะจ่ายเงินให้กับผู้ว่างงานในจำนวน 55% ของรายได้ล่าสุดของผู้ว่างงานเท่านั้น หรือสูงสุดที่ $562 ต่อสัปดาห์

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ประเภทของ EI

  • สำหรับคนว่างงาน 14-45 สัปดาห์
  • เงินคลอดบุตร 15 สัปดาห์
  • ผู้ที่จำเป็นต้องลางานดูแลบุตรหลังคลอด 35 สัปดาห์
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงไม่สามารถทำงานได้ 15 สัปดาห์
  • ผู้ที่ต้องลางานไปดูแลเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี 35 สัปดาห์
  • ผู้ที่ต้องลางานไปดูแลผู้ใหญ่ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป 15 สัปดาห์
  • ผู้ที่ต้องลางานไปดูแลผู้ใหญ่ที่อาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน 26 สัปดาห์

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น้องๆ อยากย้ายไปแคนาดาเลยใช่มั้ย นอกจากสิทธิ์ที่จะได้รับจากการเป็น PR แล้ว คุณภาพชีวิตด้านต่างๆก็ดีมากๆ ด้วย เพราะแคนาดาเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง เป็นประเทศที่มีมาตรฐานการครองชีพสูง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีมาก โดย UN พิจารณาดัชนีชี้วัดที่สำคัญจาก รายได้เฉลี่ยของประชาชนสูง, ประชาชนมีอายุยืนยาว (อาชญากรรมต่ำ, สิ่งแวดล้อมที่ดี), ประชาชนมีการศึกษาที่ดี (คุณภาพ, โอกาสเข้าถึงการศึกษา) ทำให้ชาวแคนาดามีคุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยมเป็นอันดับต้นๆของโลก ประชาชนมีอายุยืนยาว มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ไร้มลภาวะ ภูมิประเทศยิ่งใหญ่งดงาม (ยิ่งใหญ่และสวยงามกว่าอเมริกา) บ้านเมืองสะอาดเป็นระเบียบ มีสังคมที่สร้างสรรค์และสงบสุข ปลอดสิ่งมอมเมาและอบายมุข มีความปลอดภัยสูงมาก

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

และที่สำคัญที่สุดสำหรับน้องๆ นักเรียน ประเทศแคนาดาให้ความสำคัญกับการศึกษามาก จึงใช้จ่ายงบประมาณลงทุนในเรื่องของการศึกษามากที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดากลุ่มประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจของโลก (OECD) ทุกปีรัฐบาลแคนาดาจะจัดสรรงบประมาณจำนวนมหาศาลให้กับการศึกษา มากกว่าประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ ประเทศแคนาดาถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่ประชาชนมีการศึกษามากที่สุดในโลก คือ มากกว่า 54% ของประชากรวัยทำงาน 25-64 ปี มีการศึกษาระดับ อาชีวะศึกษา วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย ดังนั้น น้องๆ กำลังจะได้ไปเรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่มีมีคุณภาพและมีชื่อเสียงจัดอยู่ในอันดับต้นๆของโลก

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ในแต่ละปีมีนักเรียนเดินทางไปเรียนต่อที่แคนาดาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ซัมเมอร์คอร์ส (Summer Course) เรียนภาษาช่วงปิดเทอม หลักสูตรเรียนภาษาทั้งระยะสั้นและระยะยาว หลักสูตรมัธยม ประกาศนียบัตรต่างๆ (Diploma and Certificate) โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการโรงแรม รวมถึงการเรียนต่อระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยก็ไม่น้อยเช่นกัน อย่างมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของแคนาดา ได้แก่ University of British Columbia, University of Toronto, และ University of Montreal เป็นต้น ซึ่งหลายโปรแกรมเมื่อจบแล้ว นักเรียนจะได้รับ “Post Graduate Work Permit” หรือเรียกสั้นๆว่า PGWP คือ ใบอนุญาตในการทำงานต่อหลังจากที่เรียนจบ ซึ่งสามารถทำงาน Full time ไม่จำกัดชั่วโมงได้ เป็นระยะเวลาตั้งแต่ 8 เดือน – 3 ปี โดยจะแปรไปตามระยะเวลาที่น้องๆเรียน นอกจากจะได้ประสบการณ์ทำงาน Full time หลังเรียนจบแล้ว ยังมีสิทธิ์สมัครเป็นวีซ่าพักอาศัยแบบถาวร (Permanent Resident-PR) เป็นการเพิ่มโอกาสในการขอสัญชาติแคนาดาด้วย

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ถ้าน้องๆเป็นคนที่อยากเปลี่ยนแปลงและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับตัวเอง พี่ๆ Tony Education พร้อมแชร์ประสบการณ์และให้คำแนะนำด้านการศึกษาต่อ การทำวีซ่า การใช้ชีวิตที่ประเทศแคนาดา รวมถึงการทำเรื่อง การย้ายประเทศ หรือย้ายที่พำนักถาวร ให้กับน้องๆ นะคะ ติดต่อพี่ๆ มาเลยค่ะ

อ่านบทความ รีวิว ชีวิตคูลๆ ของพี่กิ๊ก Tony Education ตอนเรียนต่อ ป.โท ที่แคนาดา >>คลิก<<

มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะนิเทศศาสตร์ ในประเทศไทย

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัย

นิเทศศาสตร์ เป็น ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในการสื่อสาร โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสาร จากองค์ประกอบของการสื่อสาร และสื่อสารมวลชน เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสาขาวิชาที่เกี่ยวกับการถ่ายทอดข้อมูลผ่านสื่อมวลชนให้คนส่วนใหญ่ มักมีความหมายเกี่ยวข้องกับหนังสือพิมพ์ นิตยสาร เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ ที่ใช้ในการเผยแพร่ข่าวหรือการโฆษณา สำหรับน้องๆคนไหนที่สนใจอยากจะเรียนคณะนี้ มาลองเช็คกันหน่อยว่ามีมหาวิทยาลัยไหนเปิดสอนบ้าง

รายชื่อมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะนิเทศศาสตร์ ในประเทศไทย

  1. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
  2. คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
  3. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
  4. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก
  5. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
  6. คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  7. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา
  8. คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  9. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น
  10. คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  11. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
  12. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ
  13. หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเนชั่น
  14. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี
  15. คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  16. สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
  17. สาขานิเทศศาสตร์บูรณาการณ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  18. คณะสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  19. วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
  20. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต
  21. คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  22. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล
  23. วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  24. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  25. คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร
  26. คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  27. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม
  28. สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  29. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
  30. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
  31. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
  32. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
  33. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย
  34. หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

Ref : https://th.wikipedia.org/

เปิดรับสมัครแล้ว!! TCAS2 หลักสูตร Logistics Management IAAI สจล.

TCAS2 Logistics Management IAAI KMITL

เปิดรับสมัครแล้ว!! TCAS2 หลักสูตร Logistics Management โดยวิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ (IAAI) สจล.

สมัครได้ตั้งแต่ วันนี้ – 31 มีนาคม 64

รอบนี้มีทุนการศึกษาด้วยนะ (Scholarship Available)

หลักสูตร Logistics Management โดย วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง ?

หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ทันสมัยตอบโจทย์กับโลกธุรกิจในอนาคต สอน Logistics & Supply Chain, Operation Research, Logistic Quantitative Method, Shipping Business รวมถึงการจัดการทางด้านการบินเช่น Import & Export, Airline Business, Air Cargo, Perishable Goods และ Airport Operation

TCAS2 Logistics Management IAAI KMITL

รายละเอียดการรับสมัครเพิ่มเติม >>คลิก<< หรือสอบถามได้ที่ : 👇
📞 +66(0)93-236-4553
Line : @tonyeducation
FB/IG : tonyeducation

✅ Study Abroad
✅ Study in Thailand
✅ Teaching in Thailand

#TCAS64 #KMITL #TCAS2 #IAAI #Logistics #โลจิสต์อินเตอร์KMITL

คำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

คำศัพท์เดือน ภาษา

สำหรับน้องๆคนไหนที่อยากทราบว่า คำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ เขียนและอ่านอย่างไรบ้าง วันนี้พี่โทนี่นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ ทั้ง 12 เดือนมาให้น้องๆเรียนรู้กัน ถึง 6 ภาษา กันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน, ภาษาเกาหลี, ภาษาญี่ปุ่น, ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาสเปน พร้อมกันแล้วใช่ไหมครับ ไปดูกันเลย

ภาษาอังกฤษ

นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

ภาษาจีน

นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

ภาษาเกาหลี

นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

ภาษาญี่ปุ่น

นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

ภาษาฝรั่งเศส

นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

ภาษาสเปน

นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับ คำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ หากน้องๆคนไหนสนใจไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ ติดต่อพี่โทนี่มาได้เลยนะครับ 🙂

สิ่งที่น้องๆไม่ควรพลาดเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

การเรียนต่อต่างประเทศ

การเรียนต่อต่างประเทศเป็นประสบการณ์ที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตของน้องๆได้จากการสัมผัสกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ และเหนือสิ่งอื่นใดคือความสนุกสนานพร้อมกับการสร้างมิตรภาพที่ยอดเยี่ยมในช่วงเวลาพิเศษในต่างแดน

สําหรับนักเรียนส่วนใหญ่การเรียนต่างประเทศอาจจะเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิต เช็คลิสต์ต่อไปนี้จะช่วยให้น้องๆได้รับประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าจากการเรียนต่อต่างประเทศ

สิ่งที่น้องๆไม่ควรพลาดเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

หาเพื่อนที่หลากหลาย

การเรียนต่อต่างประเทศเป็นโอกาสพิเศษในการพบปะและใช้เวลาร่วมกับผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ ดังนั้นอย่าจํากัดวงมิตรภาพของตัวเอง การมีส่วนร่วมกับสโมสรนักเรียน ทีมกีฬาและโครงการอาสาสมัครล้วนเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการพบปะกับนักเรียนคนอื่นๆทั้งนักเรียนท้องถิ่นและต่างชาติ

อย่าลืมที่จะเป็นมิตรกับเพื่อนบ้านด้วย พวกเขาจะกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่ยอดเยี่ยม พวกเขาจะสามารถช่วยแนะนําร้านอาหารท้องถิ่นที่ดีที่สุด หรือช่วยนำทางไปสถานที่ที่ท่องเที่ยวเจ๋งๆ รวมทั้งเป็นผู้ช่วยสำคัญให้น้องๆปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย…

สิ่งที่น้องๆไม่ควรพลาดเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

ลองเรียนรู้ภาษาท้องถิ่น

แม้ว่าเป้าหมายหลักของน้องๆจะเป็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ แต่การเรียนต่อต่างประเทศก็เป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆโดยเฉพาะภาษาที่ใช้กันแพร่หลายในท้องถิ่นนั้น

การเริ่มต้นเรียนรู้ภาษาในประเทศใหม่อาจเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่น้องๆจะประหลาดใจเมื่อน้องๆสามารถใช้ภาษานั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้การเข้าใจและใช้ภาษาท้องถิ่นได้ก็จะทำให้กิจกรรมประจำวันง่ายขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของในร้านค้าร้านอาหาร ไปจนถึงการสอบถามเส้นทาง

ข้อดีอีกข้อของการเพิ่มประสบการณ์ด้วยการเรียนรู้ภาษาอื่น ๆ ก็คือน้องๆสามารถระบุความสามารถพิเศษนี้ลงในประวัติส่วนตัวของน้องๆเพื่อเปิดโอกาสในการทำงานในอนาคตของน้องๆอีกด้วย

สิ่งที่น้องๆไม่ควรพลาดเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

หาเวลาเดินทาง

เผื่อเวลาบางส่วนไว้เพื่อสํารวจสภาพแวดล้อมใหม่ในเมืองที่เรียนอยู่ด้วย ในต่างประเทศมีอะไรให้ทํามากมายนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน ดังนั้นใช้โอกาสวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดยาวเพื่อสัมผัสประสบการณ์เการเดินทางและเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงต่างๆให้คุ้มค่าที่สุดกันเถอะ

สิ่งที่น้องๆไม่ควรพลาดเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

บันทึกประสบการณ์ของคุณ

ช่วงเวลาที่น้องๆอยู่ต่างประเทศดูเหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนตื่นจากฝัน การถ่ายภาพ จดบันทึกประจำวันและโพสต์ช่วงเวลาประทับใจในโซเชียลมีเดียก็เป็นวิธีการที่ช่วยให้น้องๆได้เก็บบันทึกทุกช่วงเวลาแห่งการผจญภัยในต่างประเทศก่อนถึงเวลาเดินทางกลับ น้องๆจะประทับใจกับความทรงจำและบันทึกเหล่านี้ในอีกหลายปีข้างหน้า

สิ่งที่น้องๆไม่ควรพลาดเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

ความสมดุลของการศึกษาและชีวิตทางสังคมของคุณ

การเรียนต่อต่างประเทศไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวิชาการ แน่นอนว่าสิ่งสำคัญอันดับแรกคือการได้รับวุฒิการศึกษาที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่การเรียนต่อต่างประเทศเป็นโอกาสที่ทรงคุณค่าสำหรับการใช้ชีวิตอย่างอิสระและมีความสนุกสนาน

แน่นอนว่าน้องๆไม่ควรละเลยบทเรียนหรือโดดเรียน แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้การเรียนใช้เวลาทั้งหมดของน้องๆในต่างประเทศไปอย่างน่าเสียดาย แบ่งเวลาออกไปท่องเที่ยวกับเพื่อนใหม่และสร้างความประสบการณ์ที่น่าจดจำ ทั้งหมดนี้เพื่อให้บรรลุความสมดุลที่เหมาะสมระหว่างการศึกษาและการร่วมสังคม

สิ่งที่น้องๆไม่ควรพลาดเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

ออกจากคอมฟอร์ทโซนบ้าง

การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ทั้งหมดอาจทำให้น้องๆรู้สึกหนักใจอยู่บ้าง จนน้องๆอาจจะรู้สึกอยากจะเก็บตัวอยู่ในห้องนั่งดู Netflix ไปเรื่อยๆ แต่ประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศของน้องๆจะสมบูรณ์มากขึ้นหากน้องๆเลือกจะก้าวออกมาจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเองบ้าง

ลองใจกล้าทำความรู้จักเพื่อนร่วมห้อง ลงทะเบียนเข้าร่วมชมรมที่น่าสนใจในโรงเรียนหรือเขตชุมชนใกล้บ้าน วางแผนจัดการเดินทางหรือเข้าร่วมทัวร์ท้องถิ่น เมื่อเรียนจบน้องๆจะได้มีช่วงเวลาสนุกๆและประสบการณ์ดีๆกับเพื่อนใหม่ไว้ในความทรงจำ นอกจากนี้น้องๆอาจจะค้นพบความสามารถพิเศษบางอย่างจากการได้ลองลงมือทำเรื่องที่นอกเหนือจากความเคยชินก็เป็นได้

สิ่งที่น้องๆไม่ควรพลาดเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

Keep in Touch

การบอกลาเพื่อนๆและการกลับบ้านอาจเป็นเรื่องยาก แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ติดต่อกันอีกเลย โดยเฉพาะในยุคที่วิดีโอคอลและโปรแกรมสนทนาต่างๆสามารถช่วยเชื่อมช่องว่างทางกายภาพจนกว่าจะได้พบหน้ากันครั้งต่อไปได้ น้องๆจึงควรแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกับเพื่อนๆที่สนิทสนมกันก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านกันด้วย

การติดต่อกับเพื่อน ๆ จากนานาชาติสามารถช่วยเปิดโอกาสในการทำงานที่น่าตื่นเต้นได้เช่นกัน คอนเนคชั่นที่น้องๆได้จากการเรียนต่อต่างประเทศอาจจะมีประโยชน์อย่างมากต่อการค้นหางานในฝันในอนาคต

สิ่งที่น้องๆไม่ควรพลาดเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

Ref: https://studee.com/

ดูข้อมูลประเทศต่างๆที่น่าสนใจไปเรียนต่อต่างประเทศ >>คลิก<<