[ข่าวสาร] Testimonial จากผู้ปกครองและน้องๆ ที่มีต่อโปรแกรมซัมเมอร์ รอบเดือนเมษายน 2566

Testimonials ซัมเมอร์

พี่โทนี่ขอขอบคุณพ่อแม่ผู้ปกครองและน้องๆทุกคน ที่ไว้วางใจเลือก Tony Education เป็นเพื่อนซี้ได้ดูแลทริปโปรแกรมซัมเมอร์ในครั้งนี้ 🥰✈️ พี่โทนี่ยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีและมีประสิทธิภาพให้กับน้องๆ และทริปนี้ราบรื่นได้เพราะน้องๆทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเลย~😍

ซัมเมอร์หน้าอยากไปไหนแกล้งๆรีเควสไว้ก่อนได้เลยค้าบบ

Work and study in Canada

work and study canada

มาแล้ว โปรแกรมดีๆ สำหรับคนที่อยากเรียนต่อที่แคนาดาพร้อมทำงาน กับสายวิชาชีพเฉพาะทางสาขาต่างๆ

  • เรียน 6 เดือน + ฝึกงาน 6 เดือน หรือ จะเรียน 1 ปี + ฝึกงาน 1 ปี
  • ระหว่างเรียนสามารถทำงานได้
  • การันตี Job Placement + Paid internship
  • หลักสูตรวิชาชีพ ปริญญาตรี และปริญญาโท + open work permit สูงสุด 3 ปี

พิเศษ สำหรับน้อง ๆ Tony สมัครเรียนวันนี้ รับส่วนลดเพิ่ม $200 เพียงแชร์และแคปเจอร์หน้าจอ Facebook Post นี้ >> คลิก <<

work and study in canada

ไป Work and study ที่ Canada กับโทนี่เอ็ดดูเคชั่นดีอย่างไร

  • อยากเรียนและฝึกงานด้านไหนเลือกได้เลย
  • มีพี่ๆ Tony ดูแลทุกขั้นตอน
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องวีซ่า และการหางาน

อยากย้ายประเทศไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมโอกาสได้งานทำหลังเรียนจบ ติดต่อพี่โทนี่มาได้เลยที่ Facebook, Line OA, กรอกฟอร์มหน้าเว็บไซต์

ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศดีอย่างไร?

นักเรียน แลกเปลี่ยน

เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนคงมีข้อสงสัยว่า การไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศดีอย่างไร? คุ้มไหม? กับเวลา 10 เดือนที่ต้องไปเป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน พี่โทนี่ขอบอกเลยว่าได้ประโยชน์และคุ้มมากกับเวลา 10 เดือนที่น้องไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่ที่ต่างประเทศ

ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศดีอย่างไร

  • อย่างแรกที่จะได้คือ ประสบการณ์ใหม่นอกห้องเรียนที่ต่างจากที่ประเทศไทย การไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ไม่เพียงแต่จะเป็นการพัฒนาทักษะด้านภาษา แต่ยังสามารถพัฒนาทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่มาจากวัฒนธรรมที่แตกต่าง ประเทศที่แตกต่างและปรับตัวให้สามารถอยู่ได้กับสังคมนั้น
  • ได้เรียนรู้การบริหารเวลาของตนเอง การเรียงลำดับและการจัดการว่าสิ่งใดสำคัญ สิ่งใดไม่สำคัญ เพราะเวลาที่เราไปอยู่ต่างประเทศ ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน เราจะต้องทำอะไรหลายๆอย่างด้วยตัวของเราเอง เพราะฉะนั้นเรามีโอกาสที่จะเรียนรู้ มีโอกาสที่จะคิดและลงมือทำ

เด็กแลกเปลี่ยน

  • ได้เรียนรู้ประสบการณ์การเอาตัวรอด การแก้ไขปัญหา การโต้ตอบ และการดำรงชีวิตในต่างแดน ซึ่งจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น และมีวินัยเพิ่มมากขึ้น
  • น้อง ๆ หลายคนเวลาไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ก็มีโอกาสที่จะได้เดินทางสำรวจพื้นที่ ได้ทำกิจกรรมหลายอย่าง เช่น แคมป์ปิ้ง, เดินป่า หรือเล่นสกี ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เราไม่ค่อยได้ทำที่ประเทศไทย แต่เรามีโอกาสที่จะได้ไปทำกิจกรรมเหล่านี้ในระหว่างที่เราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่ที่ต่างประเทศ
  • ได้ไปอยู่ในที่ใหม่ๆ พบเจอคนใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งดีสำหรับเรา เพราะการที่เราไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน เราจะได้เจอผู้คนใหม่ๆ ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่มีผลกระทบเชิงบวกกับสภาพจิตใจ และความเป็นอยู่ของเรา

เด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน

ประสบการณ์จากการไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ 10 เดือน จะทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น รู้จักบริหารเวลาและวางแผนการดำเนินชีวิต ทำให้เรามีวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ สามารถจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ด้วยตนเอง มีการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น มีคอนเนคชั่นและเพื่อนใหม่ๆ ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่มาจากคนละวัฒนธรรม คนละประเทศกับเรา ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่จะได้จากการที่ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน 10 เดือน ที่ต่างประเทศ เท่านั้น ถือว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากๆ

ที่โทนี่เอ็ดดูเคชั่นมีหลายประเทศให้น้อง ๆ ได้เลือกไปเป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศอเมริกา, แคนาดา, ฝรั่งเศส, จีน ถ้าน้องคนไหนสนใจก็ทักพี่โทนี่มาได้เลยทั้งทาง Facebook, Line หรือฟอร์มติดต่อเราที่หน้าเว็บไซต์

24 แนวคิดที่จะทำให้อยู่รอด เมื่อต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ

แนวคิด เรียนต่อต่างประเทศ

เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนคงรู้สึกกลัวและประหม่า เวลาที่จะต้องไปเรียนต่อเมืองนอก ไปเรียนต่อต่างประเทศ นี่เป็นแนวคิดที่มาจากประสบการณ์ของพี่โทนี่ที่ได้ไปเรียนที่ต่างประเทศมา และขอแชร์ให้กับน้องๆ เพื่อเป็นข้อคิดที่จะทำให้อยู่รอดได้ระหว่างที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ

1) คิดในแง่บวกและมีและมีทัศนคติที่เปิดกว้าง การมองโลกในแง่บวก และการยอมรับว่าแต่ละคนมีความแตกต่างกัน และเปิดใจรับความแตกต่างนั้น
2) ยอมรับว่าผู้คนนั้นมีความหลากหลาย แต่ละคนมีมุมมองของตัวเอง และทุกคนแตกต่างกัน
3) เคารพกฎกติกาของสังคมหรือสิ่งแวดล้อมที่เราเข้าไปอยู่ ดูว่ามารยาทหรือการปฏิบัติตัวในที่ที่เราอยู่เค้าทำแบบไหน หรือเรียนรู้มารยาทที่ดีของสังคมที่เราเข้าไปอาศัยอยู่
4) เรียนรู้ที่จะพูดภาษาอย่างถูกต้อง กล้าที่จะพูด กล้าที่จะถาม มีความมั่นใจระหว่างพูด
5) จงอย่ากลัวที่จะถามเพื่อทวนความเข้าใจ หรือขอความช่วยเหลือ เจ้าของภาษาจะเข้าใจ อย่าอายที่จะถาม
6) รู้จักที่จะปฏิเสธ โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องที่ทำให้เราเดือดร้อน เสี่ยงกับพฤติกรรมที่จะทำให้เราถูกส่งกลับ หรือกระทบการเงิน หรือกระทบการเรียนของเรา เรามีสิทธิ์ที่จะบอกปฏิเสธ
7) รู้จักการบริหารเวลา รู้ว่าอะไรมาก่อน อะไรมาหลัง อะไรคือสิ่งสำคัญที่ต้องทำก่อน และเคารพ Deadline ของงานเสมอ
8) รู้ข่าวสารและสิ่งที่เกิดขึ้นในละแวกที่อยู่ หรือสถานที่ที่เรากำลังจะไป

เรียนต่อ ต่างประเทศ

9) เข้าใจเงื่อนไขของการเป็นนักเรียนต่างชาติ สิ่งที่ทำได้ตามกฎหมาย และสิ่งที่ห้ามทำตามกฎหมาย
10) ใช้สถานะนักศึกษาหรือนักเรียนเพื่อรับส่วนลดและโปรโมชั่นต่างๆ เพราะในต่างประเทศการไปเรียนต่อและการเป็นนักเรียน คุณจะได้รับสิทธิ์การลดและประโยชน์มากมายในฐานะนักเรียน
11) ทำความคุ้นเคย ศึกษาเส้นทางหรือวิธีคมนาคมสะดวกที่สุด ที่จะไปจากที่พักอาศัยไปถึงโรงเรียน
12) ซื้อหนังสือและอุปกรณ์จากร้านในมหาวิทยาลัย เพราะจะได้รับส่วนลดมากมาย และยังได้เจอหนังสือที่รุ่นพี่เค้ามาขาย ซึ่งสามารถช่วยได้ในการเรียนและเตรียมตัวสอบ
13) รู้จักที่จะอดออม ใช้เงินอย่างมีเหตุผล มีบัตรเครดิตเป็นบัตรเสริม และมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน บางทีคุณพ่อคุณแม่ส่งเงินมาก็อาจจะต้องรอหลายวัน แต่ถ้าเราใช้เงินอย่างประหยัด และมีบัตรเครดิตเสริม หรือมีเงินสำรองเอาไว้ เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มาก
14) หลีกเลี่ยงการใช้การใช้ของฟุ่มเฟือย แบรนด์เนม หรือเครื่องประดับ โดยเฉพาะถ้าเดินทางคนเดียวและเป็นผู้หญิง
15) พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ที่ไม่ปลอดภัย สถานที่เปลี่ยว หรือการเดินทางคนเดียวตอนกลางคืน
16) คอยดูว่ามือถือของเราทำงานได้ตลอด เวลาสามารถโทรออกได้ตลอดเวลา และแบตเตอรี่เต็ม เผื่อในยามฉุกเฉินเราจะได้สามารถโทรหาตำรวจหรือขอความช่วยเหลือได้

17) เป็นเพื่อนและคบคนจากประเทศอื่น วัฒนธรรมอื่น เพื่อที่จะสร้างคอนเนคชั่นในภายภาคหน้ากับเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ
18) จงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าหน้าที่ International office ของมหาวิทยาลัย และอาจารย์ที่ดูแลเรา เพราะนอกจากจะเป็นที่ปรึกษาชั้นยอดให้กับนักศึกษาต่างชาติอย่างเราแล้ว เวลาเราประสบกับปัญหา หรือต้องการคำแนะนำ ก็เป็นตัวช่วยเราได้อีกทางด้วย
19) เป็นลูกบ้านที่ดี เคารพกฎหมาย เคารพกฎและกติกาของ Host Family หรือหอที่เราไปอยู่
20) มีสำเนาของพาสปอร์ตและบัตรประชาชน เก็บไว้ในที่ปลอดภัย และสามารถหาได้เมื่อทำต้นฉบับหายหรือต้องใช้
21) รู้ว่าสถานทูตไทยหรือกงสุลไทยที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน และมีเบอร์ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน
22) มีประกันสุขภาพ ซื้อประกันทุกครั้งที่ต้องเดินทางไปเป็นนักเรียนต่างชาติ ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุ หรือไม่สบายการมีประกันตรงนี้จะช่วยเหลือเราได้เยอะมาก เพราะการรับการรักษา เข้าโรงพยาบาลที่เมืองนอกแพงมาก
23) ร่วมสโมสรและกิจกรรมต่างๆ ระหว่างนักเรียนต่างชาติ ซึ่งแต่ละสถาบันก็จะมีกิจกรรมสำหรับนักเรียนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นไปร่วมเพื่อที่จะได้พบปะเพื่อนฝูงแล้วรู้จักคนมากขึ้น และหาประสบการณ์ใหม่ๆ
24) จงเดินทางสำรวจพื้นที่ ทำกิจกรรมใหม่ๆ ในต่างแดน เพื่อหาสิ่งสิ่งที่จะเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่สามารถหาได้ในเมืองไทย

การไปเรียนต่อต่างประเทศถือว่าเป็นกำไรชีวิต และทุกอย่างเริ่มต้นด้วยความคิดและ Mindset

ด้วยความสำเร็จมากมายที่ทางโทนี่เอ็ดดูเคชั่น ส่งนักเรียนไทยไปเรียนต่างประเทศมาเป็นเวลายาวนาน ถ้าน้อง ๆ คนไหนสนใจที่จะไปเรียนต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา แถบยุโรป จีน หรือประทศอื่น ๆ สามารถทักพี่โทนี่มาได้ทุกช่องทางการติดต่อได้เลยครับ ทั้งทาง Facebook หรือ Line @tonyeducation ทางพี่โทนี่พร้อมที่จะดูแลน้อง ๆ เป็นอย่างดี เปรียนเสมือนดูแลคนในครอบครัวครับ

9 เหตุผลที่ควรไปเรียนต่อต่างประเทศ

เรียนต่อต่างประเทศ ข้อดี

การได้ไปเรียนต่อต่างประเทศถือเป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิตมาก ไม่ว่าจะเป็นการไปเรียนช่วงซัมเมอร์, โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน, เรียนต่อมัธยมม, เรียนต่อมหาวิทยาลัย หรือไปเรียนภาษา นอกจากเราจะได้ไปศึกษาที่ต่างประเทศแล้ว เรายังซึมซับเสน่ห์และวัฒนธรรมของประเทศที่เราเลือกไปอีกด้วย วันนี้พี่โทนี่มี 9 เหตุผลดีๆ มาบอก เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจว่าทำไมน้องๆ ถึงควรที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศสักครั้งในชีวิต

เรียนต่อต่างประเทศ ข้อดี

1 ได้มองเห็นโลก

การไปเรียนต่อต่างประเทศ เป็นโอกาสที่จะได้มองเห็นโลกใหม่ๆ ทั้งมุมมองด้านขนมธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมที่แตกต่างจากประเทศที่เราอยู่ ได้ทั้งการศึกษาและการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ในประเทศนั้นๆ นอกจากนี้ยังสามารถไปเที่ยวประเทศอื่นใกล้ๆกับประเทศที่ไปเรียนต่อได้อีกด้วย

2 ได้เห็นการศึกษาที่แตกต่าง

ในบางประเทศก็จะมีรูปแบบการศึกษาที่แตกต่างกัน บางทีเราก็มีโอกาสได้เรียนในวิชาที่ไม่มีในบ้านเรา ได้เห็นวิชาใหม่ๆ ในระบบการศึกษาที่แตกต่าง ซึ่งการซึมซับระบบการศึกษาของแต่ละประเทศ เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการได้สัมผัสและเข้าใจผู้คน ประเพณี และวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี

3 ได้สัมผัสวัฒนธรรมใหม่

หลายคนที่เลือกเรียนต่อต่างประเทศเป็นครั้งแรก เมื่อได้ไปที่ประเทศนั้น หลายคนจะรู้สึกทึ่งกับมุมมองทางวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป เพราะจะได้พบกับอาหาร ขนบธรรมเนียม ประเพณี และบรรยากาศทางสังคมใหม่ๆ ที่น่าทึ่ง

เรียนต่อต่างประเทศ ข้อดี

4 ได้ฝึกฝนทักษะทางภาษา

การไปเรียนต่อในต่างประเทศ เป็นการเปิดโอกาสให้น้องๆได้ฝึกฝนทักษะภาษาด้วยตัวเอง จริงอยู่ที่ว่าวิธีการฝึกภาษามีมากมาย แต่ถ้าได้ฝึกใช้ในชีวิตจริง ย่อมเป็นวิธีที่ได้ผลกว่าอย่างแน่นอน

5 เพิ่มโอกาสในการทำงานในอนาคต

หลังจากจบคอร์สที่ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศแล้ว น้องๆ จะมีมุมมองใหม่เกี่ยวกับวัฒนธรรม ทักษะทางภาษา การศึกษา และความเต็มใจที่จะเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโชน์ต่อการทำงานในอนาคต

6 ได้ค้นหาความสนใจใหม่

การไปเรียนในประเทศอื่น มีกิจกรรมและความสนใจใหม่ๆ มากมาย รอเราอยู่ ด้วยความแตกต่างด้านภูมิประเทศ น้องๆ จะได้ลอง กีฬาและกิจกรรมอื่นๆ ที่เราไม่เคยลองมาก่อน เช่น การเล่นสกีหิมะ เป็นต้น

เรียนต่อต่างประเทศ ข้อดี

7 ได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่

ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง คือการได้พบเพื่อนใหม่ๆ จากประเทศที่แตกต่างกัน เพราะในขณะเรียน น้องๆจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนและอาศัยอยู่กับนักเรียนจากประเทศเจ้าบ้าน สิ่งนี้จะทำให้มีโอกาสได้รู้จักและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนนักเรียน หลังจากโปรแกรมการศึกษาต่อต่างประเทศสิ้นสุดลง พยายามติดต่อกับเพื่อนต่างชาติเอาไว้ เพราะนอกจากจะเป็นการรักษาสัมพันธ์อันดีแล้ว เพื่อนเหล่านี้ยังเป็นเครือข่ายทางสังคมในอนาคตด้วย

8 ได้พัฒนาตนเอง

การอยู่คนเดียวในต่างประเทศ เปิดโอกาสในการค้นพบตัวเอง ขณะที่ต้องทำความเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง การอยู่ในที่ใหม่ด้วยตัวเองอาจเป็นเรื่องที่ยากในบางครั้ง ซึ่งเป็นการทดสอบความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่หลากหลายและการแก้ปัญหาที่พบเจอได้

9 ได้ประสบการณ์ในชีวิต

ทำไมต้องเรียนต่อต่างประเทศ? สำหรับคนส่วนใหญ่ ครั้งนี้อาจเป็นโอกาสเดียวที่จะได้เดินทางไปต่างประเทศเป็นเวลานาน เพราะสุดท้ายแล้วพอเรียนจบก็ต้องหางานทำ และโอกาสในการศึกษาต่อต่างประเทศนั้นก็อาจเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิต

เรียนต่อต่างประเทศ ข้อดี

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วน้องๆคนไหน สนใจไปเรียนต่อต่างประเทศกับ Tony Education ก็สามารถติดต่อกันเข้ามาได้ ทางเรามีหลักสูตรเรียนต่อต่างประเทศดีๆ มากมายรอน้องๆ อยู่ ที่สำคัญนอกจากจะให้คำปรึกษาแล้วยังมีทีมงานคอยดูแลน้องๆ ตลอดที่ขณะเรียนที่ต่างประเทศอีกด้วย

5 เมืองรองที่อยากให้ลองไปเรียนภาษา

เรียนภาษา

เศรษฐกิจแบบนี้หลายๆคนอาจจะกังวลใจในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศว่าจะจ่ายไหวมั้ย??? วันนี้พี่ Tony เลยมาแชร์เมืองที่น่าเรียนภาษาแต่ค่าใช้จ่ายน่ารักให้น้องๆได้ลองศึกษากันดูนะครับ มาดูดีกว่าว่ามีเมืองไหนกันบ้าง

เรียนภาษา ไบรตัน อังกฤษ

เมืองไบรตัน ประเทศอังกฤษ

ไบรตัน เป็นเมืองตากอากาศริมชายฝั่งทะเลตอนใต้ที่มีชื่อเสียงของประเทศอังกฤษ มีโรงแรมเก่าแก่อยู่ติดชายฝั่งทะเลที่สร้างขึ้นในสมัยวิกตอเรีย เมืองนี้ยังเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ ร้านอาหาร และคาเฟ่มากมาย ผู้คนในเมืองก็จะชิลล์ๆหน่อย เป็นเมืองที่มีเสน่ห์เมืองหนึ่งของประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะถ้าคุณได้ไปเดินตามตรอกซอกซอยในตัวเมือง ทำให้ดึงดูดผู้คนมากมายทั้งคนอังกฤษเอง รวมถึงนักท่องเที่ยวและนักเรียนที่มาจากทุกมุมโลกให้มาเยือนที่นี่โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน การได้มาเรียนภาษาที่ไบรตันนั้นเป็นอะไรที่ดีมากๆ

ไม่น่าเชื่อว่าเมืองชายทะเลแห่งนี้ยังเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมเรื่องการศึกษาด้วย โดยเฉพาะโครงการระยะสั้นอย่างการเรียนซัมเมอร์เป็นกลุ่มและการเรียนภาษาระยะสั้นช่วงปิดเทอม ทำให้ที่นี่มีสถาบันภาษาที่มีคุณภาพตั้งอยู่หลายแห่งทั่วเมือง ด้วยตัวเมืองที่มีบรรยากาศแบบชิลล์ๆ ผู้คนที่เป็นมิตรและดูสบายๆ ทำให้มีนักเรียนอยากมาเรียนภาษาและเรียนต่อที่ไบรตันเยอะมากในแต่ละปี ในส่วนของโรงเรียนมัธยม, วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยก็ได้รับความนิยมเช่นกัน มีทั้งโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพหลักสูตรและมีจุดเด่นที่วิวทะเลแบบพาโนรามาจากห้องเรียน เป็นเมืองที่ใครไปก็จะได้รับความประทับใจกลับมาเสมอ

เรียนภาษา ชิคาโก อเมริกา

เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ชิคาโก้ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐอิลลินอยส์ที่มีความสำคัญเมืองหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นศูนย์กลางความเจริญแห่งหนึ่งของโลก และในปัจจุบันนับเป็น 1 ใน 10 เมืองสำคัญของโลกทางด้านเศรษฐกิจและสังคมด้วย ชิคาโก้ยังเป็นศูนย์กลางทางด้านความเจริญ การเงิน การคมนาคม และวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ มีนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจเดินทางเข้าไปที่ชิคาโก้เยอะมากในแต่ละปี รวมถึงเป็นหนึ่งในเมืองที่มีคนอาศัยอยู่มากที่สุดของประเทศอเมริกา มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย การท่องเที่ยวและเรียนและภาษาและเรียนต่อที่ชิคาโก้จึงกลายเป็นจุดมุ่งหมายหนึ่งของหลายๆคน

นอกจากการท่องเที่ยว เรื่องการศึกษาในชิคาโก้ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน ในเมืองนี้มีสถาบันภาษา โรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งที่รองรับนักเรียนต่างชาติที่เดินทางมาเรียนเป็นจำนวนไม่น้อยเลยในแต่ละปี ไม่ว่าจะมาเรียนภาษาระยะสั้นหรือระยะยาวที่มีหลักสูตรให้เลือกมากมาย และที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษแบบเร่งรัดที่หลักสูตรเปิดทุกวันจันทร์เกือบตลอดทั้งปี ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้คนนิยมเรียนต่อที่ชิคาโก้กันก็คือความหลากหลายทางวัฒนธรรมและตัวเลือกทางการศึกษาของเมืองนี้นี่เอง

เรียนภาษา บริสเบรน ออสเตรเลีย

เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย

บริสเบนเป็นเมืองหลวงของรัฐควีนแลนด์และเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับสามของประเทศออสเตรเลีย เป็นอีกเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม มากกว่า 30% ของคนที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นชาวต่างชาติที่มาตั้งถิ่นฐาน เป็นเมืองที่อยู่ง่าย ผู้คนอัธยาศัยดี มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย มีแนวชายหาดดังระดับโลกที่ Gold Coast ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาจากทั่วโลก การเรียนภาษาที่บริสเบนจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอันดับต้นๆ

บริสเบนเป็นจุดหมายของนักเรียนต่างชาติอีกเมืองหนึ่ง ในเมืองมีสถาบันสอนภาษาหลายแห่ง และมีหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากอย่างเช่นหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษแบบเร่งรัดและหลักสูตรวิชาชีพอย่างบาริสต้า ทำผมและที่เกี่ยวกับแฟชั่นและความงาม ที่เปิดสอนเกือบตลอดทั้งปี ช่วงซัมเมอร์ที่นี่จะค่อนข้างเต็มไปด้วยผู้คนเพราะมีนักเรียนต่างชาติเดินทางเข้ามาเรียนและท่องเที่ยวมากขึ้น บริสเบนมีโรงเรียนมัธยม, วิทยาลัยนานาชาติและมหาวิทยาลัยที่ดีหลายแห่งด้วยกัน มี University of Queensland ที่เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศและติดอันดับท็อป 50 ของโลกด้วยสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดให้คนมาเรียนต่อที่บริสเบนคือคนที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แบบถูกกฎหมาย ซึ่งอาจจะไม่ได้มากแต่เอามาช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในแต่ละสัปดาห์ได้ บริสเบนเหมาะกับนักเรียนโตและคนวัยเริ่มทำงานที่ต้องการมาเรียนต่อเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ เราเชื่อว่าถ้าคุณได้มาเรียนต่อที่บริสเบน คุณภาพชีวิตคุณจะดีมาก รวมถึงได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศที่ต่างไปจากชีวิตเดิมๆของคุณอย่างแน่นอน

เรียนภาษา เวลลิงตัน นิวซีแลนด์

เมืองเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์

เวลลิงตันเป็นเมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาะเหนือ มีชื่อเล่นว่า “เมืองแห่งสายลม” เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีสายลมพัดผ่านมากที่สุดของประเทศ เป็นเมืองที่อากาศดีเกือบตลอดทั้งปี เป็นเมืองที่สะอาด ไม่มีมลพิษเลย จนถูกยกให้เป็นอีกเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ตัวเลือกการเรียนภาษาและเรียนต่อที่เวลลิงตันจึงเป็นเรื่องน่าสนใจอีกเมืองหนึ่ง

นิวซีแลนด์นั้นขึ้นชื่อในเรื่องมาตรฐานของการศึกษาอยู่แล้วและเวลลิงตันก็เป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักเรียนต่างชาติเช่นกัน ที่นี่มีสถาบันการศึกษาที่ได้รับการยอมรับ มีมาตรฐานและได้รับการรับรองให้อยู่ใน category 1 อยู่หลายแห่ง ไม่ว่าคุณจะเลือกเรียนภาษาหลักสูตรระยะสั้น-ระยะยาว เรียนซัมเมอร์เดินทางเป็นกลุ่ม หรือเรียนในโรงเรียนมัธยม ก็มีหลักสูตรให้เลือกตามความต้องการ ค่าเทอมก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับประเททศอื่นๆที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ยังมีจำนวนนักเรียนส่วนหนึ่งเดินทางมาเรียนหลักสูตร Diploma ที่นี่ด้วยเพราะมีให้เลือกหลากหลายวิชา การเรียนต่อในระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยก็ได้ความนิยมเช่นกันนอกจากนี้นักเรียนต่างชาติที่ถือวีซ่านักเรียนยังสามารถเรียนและทำงานแบบพาร์ทไทม์ไปด้วยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์อีกด้วย จึงทำให้นักเรียนต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลกนิยมเดินทางไปเรียนภาษาและเรียนต่อที่เวลลิงตัน

เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา

โตรอนโต ตั้งอยู่ในรัฐมอนแทรีโอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของแคนาดาและใหญ่เป็นอันดับ 4 ในทวีปอเมริกาเหนือ มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติมากที่สุดเมืองหนึ่ง เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนรัฐบาลแคนาดาแต่งตั้งให้โตรอนโตเป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของประเทศเลยทีเดียวโตรอนโตยังเป็นเมืองที่ทันสมัยและมีความเป็นสากล มีกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ด้านวัฒนธรรม ด้านชีวิตแสงสีตอนกลางคืน มีตลาด รวมถึงถนนคนเดินและย่านชอปปิ้งมากมาย มีจุดท่องเที่ยวสำคัญ หลายที่ ซึ่งทั้งหมดทำให้เมืองนี้เป็นหนึ่งในหัวเมืองหลักสำหรับนักท่องเที่ยว การได้มาเรียนภาษาและเรียนต่อที่โตรอนโตจึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างบรรยากาศการเรียนและการท่องเที่ยว

โตรอนโตเหมาะกับนักเรียนต่างชาติทุกเพศทุกวัยที่ต้องการมาเรียน ไม่ว่าจะมาเรียนภาษาหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว เรียนต่อมัธยม หรือเรียนต่อมหาวิทยาลัย ที่นี่มีสถาบันการศึกษาที่น่าสนใจอยู่หลายแห่งด้วยกัน มีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอย่าง University of Toronto ที่ติดอันดับ Top 25 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลกทุกปี เหตุผลต่างๆที่ทำให้นักเรียนเลือกมาเรียนต่อที่โตรอนโตก็อย่างเช่น ค่าเรียนหรือค่าเทอมที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษ ค่าครองชีพที่ไม่แพงมากนักเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ อย่างนิวยอร์กหรือลอนดอน ความเป็นอยู่ของคนที่นี่และความปลอดภัยในเมืองก็ด้วย การเลือกมาเรียนภาษาและเรียนต่อที่โตรอนโตจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

หากน้องๆ สนใจดูข้อมูลประเทศและเมืองอื่นๆที่น่าสนใจไปเรียนต่อต่างประเทศอ่านต่อได้ที่นี่ครับ >> คลิก << กรือน้องๆคนไหนอยากได้ข้อมูลหรือคำปรึกษาในการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติมสามารถติดต่อมาได้ตามช่องทางการติดต่อได้เลยครับ พี่โทนี่ยินดีให้คำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมครับ

PR (Permanent Resident Visa) กับ TR (Temporary Graduate Visa) ของออสเตรเลียแตกต่างกันอย่างไร?

วีซ่า PR TR ออสเตรเลีย

PR (Permanent Resident Visa) หรือวีซ่าผู้พำนักถาวรในประเทศออสเตรเลีย แต่ยังไม่ถือว่าเป็นพลเมืองและจะต้องทำการต่ออายุเมื่อวีซ่านั้นหมดอายุลง

TR (Temporary Resident Visa) หรือวีซ่าที่อนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่านี้อยู่ที่ประเทศออสเตรเลียได้ชั่วคราว และวีซ่า TR ยอดนิยมคือวีซ่า Temporary Graduate Visa หรือถ้าจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ วีซ่าอยู่ต่อชั่วคราวหลังเรียนจบ

วีซ่า PR TR ออสเตรเลีย

ทำอย่างไรถึงได้ PR และ TR?

การจะได้ PR ต้องเรียนให้ตรงตามทักษะและอาชีพที่ประเทศออสเตรเลียต้องการ ได้แก่ พยาบาล, วิศวกรรมศาสตร์, บัญชี, เทคโนโลยีสารสนเทศ, แพทย์, สถาปัตย์, เชฟ และสาขาวิชาเฉพาะอื่นๆ ซึ่งสามารถเข้าไปดูลิสต์เต็มๆกันได้ที่ Medium and Long-term Strategic Skills List (MLTSSL) หลังจากเรียนจบแล้วสามารถหานายจ้างเพื่อสปอนเซอร์ หรือจะทำการสมัคร Skilled Independent Visa ซึ่งจะทำการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นต่างๆ

อีกวิธีที่จะได้ PR คือต้องหานายจ้างหรือธุรกิจที่ออสเตรเลียมาสปอนเซอร์เรา แต่ถึงแม้ว่าเราจะไม่ต้องเรียนจบในสาขาที่มีอยู่ใน MLTSSL ก็ได้ แต่อาชีพที่นายจ้างจะสปอนเซอร์ได้ก็ต้องมีอยู่ใน Consolidated Sponsored Occupations List (CMLTSSL) ด้วยเช่นกัน

ส่วนการที่จะได้ TR จะต้องผ่านการเรียนจากคอร์สที่จดทะเบียนหลักสูตรตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป และอยู่ในระดับปริญญาตรี โท เอก หรือสายอาชีพที่มีระบุอยู่ใน MLTSSL ซึ่งวีซ่า TR แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ Graduate Work Stream และ Post-Study Work Visa

วีซ่า PR TR ออสเตรเลีย

  • Graduate Work Stream วีซ่านี้เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนที่เรียนจบมาในสาขาอาชีพที่มีระบุอยู่ใน MLTSSL เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) บัญชี สถาปัตย์ วิศวะ แพทย์ และอื่นๆ ซึ่งเป็นสาขาอาชีพที่ได้รับการคัดเลือกให้สามารถต่อวีซ่าประเภทนี้ได้ แล้วยังต้องเรียนจบในหลักสูตรที่มีระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี มีผลสอบภาษาอังกฤษ IELTS Overall 6.0 (จะเป็น General Module หรือ Academic Module ก็ได้) โดยในแต่ละพาร์ทมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 5.0 หลังจากได้รับวีซ่านี้แล้วจะสามารถอยู่และทำงานในประเทศออสเตรเลียได้อีกเป็นเวลา 18 เดือน
  • Post-Study Work Visa วีซ่านี้เปิดโอกาศให้กับผู้ที่เรียนจบมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ในสาขาวิชาใดก็ได้ ระยะเวลาในการอยู่ต่อนั้นแบ่งประเภทตามลักษณะการเรียนที่ผ่านมา เช่น
    • เรียนจบ Bachelor/ Master Degree by coursework ระยะเวลาหลักสูตร 2 ปีขึ้นไป จะสามารถอยู่ต่อได้อีก 2 ปี
    • เรียนจบ Master Degree by research ระยะเวลาหลักสูตร 2 ปีขึ้นไป จะสามารถอยู่ต่อได้อีก 3 ปี
    • เรียนจบ Phd ระยะเวลาหลักสูตร 2 ปีขึ้นไป จะสามารถอยู่ต่อได้อีก 4 ปี
    • เงื่อนไขผลสอบคะแนน ELTS เหมือนกับ Graduate Work Stream Visa โดยคะแนน IELTS Overall 6.0 และแต่ละพาร์ทมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 5.0 (จะเป็น General Module หรือ Academic Module ก็ได้เช่นกัน)

วีซ่า PR TR ออสเตรเลีย

เชื่อว่าน้องๆ หลายคนสนใจไปเรียนต่อออสเตรเลีย และอยากหาประสบการณ์ทำงานหลังเรียนจบ และหาเงินคืนทุนค่าเรียนที่จ่ายไปใช่มั้ย พี่ Tony คอนเฟิร์มเลยว่าประเทศออสเตรเลียน่าไปเรียนมากๆ เพราะมีนักเรียนต่างชาติเดินทางเข้าไปเรียนจำนวนมากในแต่ละปี เป็นประเทศที่ระบบการศึกษาและมาตรฐานการเรียนการสอนดีเป็นอันดับต้นๆของโลก ออสเตรเลียมีสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพมากมาย จึงตอบโจทย์นักเรียนต่างชาติทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะมาเรียนภาษา เรียนซัมเมอร์ เรียนต่อมัธยม หรือเรียนต่อมหาวิทยาลัย ระบบการศึกษาจะแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ มีมหาวิทยาลัยซิดนีย์เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ

วีซ่า PR TR ออสเตรเลีย

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาตินิยมไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย คือ การที่ประเทศเปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติเข้ามาเรียนและทำงานได้ด้วย โดยคนที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แบบถูกกฎหมาย ซึ่งพอเพียงสำหรับค่ากินอยู่ในแต่ละสัปดาห์ เรื่องของค่าเรียนและค่าครองชีพก็สามารถจัดการได้ไม่ยาก ถึงแม้ค่าเรียนที่นี่โดยรวมถือว่าสูง แต่ก็ยังมีสถาบันที่ค่าเรียนไม่สูงมากอยู่หลายแห่ง ยกเว้นในระดับมหาวิทยาลัยที่ค่าเรียนถือว่าค่อนข้างแพง ที่พักก็สามารถจัดการได้ น้องๆอาจจะลองเลือกพักกับครอบครัวท้องถิ่นที่ทางโรงเรียนจัดหาให้ก็ได้หรือหาอพาร์ทเมนท์แชร์กับเพื่อนใกล้ๆกับตัวเมือง การเรียนต่อที่ออสเตรเลียจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากเพราะคุณภาพด้านการศึกษาที่ดี มีทางเลือกเรื่องสถาบันมากมายและถือเป็นหนึ่งประเทศที่น่าอยู่และความเป็นอยู่ที่ดี และที่เลิศที่สุดสำหรับน้องๆ ที่อยากย้ายประเทศ หรือถิ่นพำนักแบบถาวร คือ การได้ PR และ TR หลังเรียนจบ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขอสัญชาติออสเตรเลีย

วีซ่า PR TR ออสเตรเลีย

เป็นไงบ้างคะ อยากไปเรียนต่อออสเตรเลียแล้วใช่มั้ย ^^ หากมีข้อสงสัยหรืออยากขอคำแนะนำเพิ่มเติม ติดต่อพี่ๆ Tony Education มาได้เลยค่ะ พี่ๆ พร้อมแชร์ประสบการณ์จากการไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศจริงๆ และคำแนะนำต่างๆ ให้กับน้องๆ ฟรี!! ไม่คิดค่าบริการค่ะ

ดูข้อมูลประเทศออสเตรเลียเพิ่มเติม >>คลิก<<

การเป็น Permanent Resident ที่แคนาดา ดีอย่างไร

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

Permanent Resident of Canada

Permanent Resident คือ วีซ่าแคนาดาถาวร เรียกสั้นๆว่า PR ของแคนาดา หรือกรีนการ์ดแคนาดา คนที่ถือ PR จะมีสถานะเท่าเทียมกับพลเมืองแคนาดาทุกอย่าง ยกเว้น ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งหรือลงคะแนนเสียงได้ และมีพันธะต้องอาศัยอยู่ในแคนาดาอย่างน้อย 730 วัน (ประมาณ 2 ปี) ในทุกๆ 5 ปี และสามารถอาศัยได้อย่างเสรีในทุกรัฐของแคนาดา ประกอบธุรกิจการค้าได้ทุกประเภท รวมถึงทำงานบริษัทเอกชน หรือรัฐบาล และยังได้รับสวัสดิการต่างๆ เท่าเทียมพลเมืองของแคนาดา หลังจากนั้นสามารถขอสัญชาติแคนาดาและพาสปอร์ตได้ (Canadian Citizenship & Passport) เมื่อพำนักอยู่ในแคนาดาครบ 3 ปีในทุก 5 ปี

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ถ้าน้องๆ ได้สัญชาติแคนาดา (Canadian Citizenship) ถือว่าน้องๆ ได้สิทธิประโยชน์อันประเมินค่าไม่ได้เลยจริงๆ (ประเมินคร่าวๆกันว่ามันมีมูลค่ามากกว่า $1 ล้านเหรียญเลยทีเดียว) เพราะด้วยสิทธิประโยชน์หลายๆ อย่าง แล้วพลเมืองแคนาดาที่ถือพาสปอร์ตแคนาดา สามารถเดินทางเข้า-ออกได้มากกว่า 188 ประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องขอวีซ่า (Visa Free) หรือขอวีซ่าเมื่อไปถึง (Visa on arrival) โดยพาสปอร์ตแคนาดาได้รับการจัดอันดับอยู่ในลำดับที่ 3 ของโลก เทียบเท่ากับ พาสปอร์ตเยอรมัน (As of 7 July 2020) ซึ่งข้อนี้กรี๊ดมากกกก เพราะไม่ต้องเตรียมเอกสารต่างๆในการขอวีซ่าให้วุ่นวาย

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ที่เลิศกว่านั้นคือ กฏหมายไทยอนุญาตให้พลเมืองไทยถือครองได้หลายสัญชาติ (Dual / Multi Citizenship) มีสถานะเป็นพลเมืองแคนาดาและพลเมืองไทยได้ คือ ถือทั้งพาสปอร์ตแคนาดาและพาสปอร์ตไทยเลย ข้อดีของการมีสองสัญชาติ (Dual citizenship) หรือหลายสัญชาติ (Multi citizenship) มันเป็นก้าวที่สำคัญ สู่ชีวิตที่มีความเป็นนานาชาติ (International life) โดยไม่จำกัดตนเองให้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่ว่าในสถานการณ์ความยุ่งยากใดๆ ปัญหาการเมือง เกิดจลาจล หรือภัยจากการก่อการร้าย พาสปอร์ตเล่มที่สองที่ได้มาจาก การย้ายประเทศ เปลี่ยนประเทศ ย้ายสัญชาติ หรือเปลี่ยนสัญชาติ นำมาซึ่งผลประโยชน์มากมายให้กับน้องๆและครอบครัว เช่น การวางแผนด้านภาษี (Tax optimization) เดินทางเสรี โอกาสด้านการศึกษา บริหารจัดการความเสี่ยงด้านต่างๆในชีวิต ฯลฯ

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ PR จะได้รับ

  • มีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกับพลเมืองที่เกิดในแคนาดา (Canadian-born citizens) ทุกประการ
  • เมื่อได้รับสถานะพลเมืองแคนาดาแล้ว สัญชาติแคนาดาคงอยู่ติดตัวตลอดชีพและตกทอดไปถึงลูกหลาน
  • การศึกษาภาคบังคับ ประชาชนเรียนฟรี ตั้งแต่ประถม จนถึงมัธยมปลาย
  • ผู้ถือวีซ่าถาวรแคนาดา PR Canada เมื่อเรียนต่อแคนาดาในระดับปริญญาตรี (Undergraduate) หรือปริญญาโท-เอก (Post-graduate) ประหยัดค่าเทอมได้มากกว่าปีละ 700,000-800,000 บาท (เทียบกับนักเรียนต่างชาติที่ขอใบอนุญาตเรียนต่อแคนาดา) รวมทั้งขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล/ทุนการศึกษา/เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาฯ ได้ด้วย
  • สามารถสปอนเซอร์สามี ภรรยา บิดา มารดาและลูก (ไม่เกิน 18 ปี) มาอยู่แคนาดาได้
  • ระบบประกันสุขภาพ รักษาพยาบาลฟรี ภายในเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับโลก
  • ได้รับการเคารพต่อวัฒนธรรมและความเชื่อที่แตกต่างหลากหลาย ได้รับการคุ้มครองในเสรีภาพการนับถือศาสนา เสรีภาพในการแสดงออก
  • ได้รับสวัสดิการเงินช่วยเหลือ (Income Assistance) ในหลายรูปแบบ เช่น เงินช่วยเหลือบุตร (National Child Benefits), เงินบำนาญคนชรา (Old Age Security Pension), เงินเกษียณอายุ (Canada Pension Plan), เงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย (Guaranteed Income Supplement), เงินประกันการว่างงาน (Unemployment Insurance)
  • Employment Insurance (EI) รัฐบาลจะจ่ายเงินให้กับผู้ว่างงานในจำนวน 55% ของรายได้ล่าสุดของผู้ว่างงานเท่านั้น หรือสูงสุดที่ $562 ต่อสัปดาห์

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ประเภทของ EI

  • สำหรับคนว่างงาน 14-45 สัปดาห์
  • เงินคลอดบุตร 15 สัปดาห์
  • ผู้ที่จำเป็นต้องลางานดูแลบุตรหลังคลอด 35 สัปดาห์
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงไม่สามารถทำงานได้ 15 สัปดาห์
  • ผู้ที่ต้องลางานไปดูแลเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี 35 สัปดาห์
  • ผู้ที่ต้องลางานไปดูแลผู้ใหญ่ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป 15 สัปดาห์
  • ผู้ที่ต้องลางานไปดูแลผู้ใหญ่ที่อาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน 26 สัปดาห์

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น้องๆ อยากย้ายไปแคนาดาเลยใช่มั้ย นอกจากสิทธิ์ที่จะได้รับจากการเป็น PR แล้ว คุณภาพชีวิตด้านต่างๆก็ดีมากๆ ด้วย เพราะแคนาดาเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง เป็นประเทศที่มีมาตรฐานการครองชีพสูง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีมาก โดย UN พิจารณาดัชนีชี้วัดที่สำคัญจาก รายได้เฉลี่ยของประชาชนสูง, ประชาชนมีอายุยืนยาว (อาชญากรรมต่ำ, สิ่งแวดล้อมที่ดี), ประชาชนมีการศึกษาที่ดี (คุณภาพ, โอกาสเข้าถึงการศึกษา) ทำให้ชาวแคนาดามีคุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยมเป็นอันดับต้นๆของโลก ประชาชนมีอายุยืนยาว มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ไร้มลภาวะ ภูมิประเทศยิ่งใหญ่งดงาม (ยิ่งใหญ่และสวยงามกว่าอเมริกา) บ้านเมืองสะอาดเป็นระเบียบ มีสังคมที่สร้างสรรค์และสงบสุข ปลอดสิ่งมอมเมาและอบายมุข มีความปลอดภัยสูงมาก

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

และที่สำคัญที่สุดสำหรับน้องๆ นักเรียน ประเทศแคนาดาให้ความสำคัญกับการศึกษามาก จึงใช้จ่ายงบประมาณลงทุนในเรื่องของการศึกษามากที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดากลุ่มประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจของโลก (OECD) ทุกปีรัฐบาลแคนาดาจะจัดสรรงบประมาณจำนวนมหาศาลให้กับการศึกษา มากกว่าประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ ประเทศแคนาดาถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่ประชาชนมีการศึกษามากที่สุดในโลก คือ มากกว่า 54% ของประชากรวัยทำงาน 25-64 ปี มีการศึกษาระดับ อาชีวะศึกษา วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย ดังนั้น น้องๆ กำลังจะได้ไปเรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่มีมีคุณภาพและมีชื่อเสียงจัดอยู่ในอันดับต้นๆของโลก

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ในแต่ละปีมีนักเรียนเดินทางไปเรียนต่อที่แคนาดาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ซัมเมอร์คอร์ส (Summer Course) เรียนภาษาช่วงปิดเทอม หลักสูตรเรียนภาษาทั้งระยะสั้นและระยะยาว หลักสูตรมัธยม ประกาศนียบัตรต่างๆ (Diploma and Certificate) โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการโรงแรม รวมถึงการเรียนต่อระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยก็ไม่น้อยเช่นกัน อย่างมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของแคนาดา ได้แก่ University of British Columbia, University of Toronto, และ University of Montreal เป็นต้น ซึ่งหลายโปรแกรมเมื่อจบแล้ว นักเรียนจะได้รับ “Post Graduate Work Permit” หรือเรียกสั้นๆว่า PGWP คือ ใบอนุญาตในการทำงานต่อหลังจากที่เรียนจบ ซึ่งสามารถทำงาน Full time ไม่จำกัดชั่วโมงได้ เป็นระยะเวลาตั้งแต่ 8 เดือน – 3 ปี โดยจะแปรไปตามระยะเวลาที่น้องๆเรียน นอกจากจะได้ประสบการณ์ทำงาน Full time หลังเรียนจบแล้ว ยังมีสิทธิ์สมัครเป็นวีซ่าพักอาศัยแบบถาวร (Permanent Resident-PR) เป็นการเพิ่มโอกาสในการขอสัญชาติแคนาดาด้วย

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ถ้าน้องๆเป็นคนที่อยากเปลี่ยนแปลงและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับตัวเอง พี่ๆ Tony Education พร้อมแชร์ประสบการณ์และให้คำแนะนำด้านการศึกษาต่อ การทำวีซ่า การใช้ชีวิตที่ประเทศแคนาดา รวมถึงการทำเรื่อง การย้ายประเทศ หรือย้ายที่พำนักถาวร ให้กับน้องๆ นะคะ ติดต่อพี่ๆ มาเลยค่ะ

อ่านบทความ รีวิว ชีวิตคูลๆ ของพี่กิ๊ก Tony Education ตอนเรียนต่อ ป.โท ที่แคนาดา >>คลิก<<

รีวิว ชีวิตคูลๆ ของพี่กิ๊ก Tony Education ตอนเรียนต่อ ป.โท ที่แคนาดา

รีวิว เรียนต่อ แคนาดา study in canada

     ถ้าใครเป็นแฟนหนังเรื่อง “Vampire Twilight Saga” จะเห็นบางฉากในภาค “New Moon” และ “Eclipse” ที่ถ่ายทำที่เมือง Vancouver ประเทศ Canada วิวสวยมากกกกก และแวมไพร์กับหมาป่าก็หล่อมากเช่นกัน และใช่ค่ะ!! นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่พี่กิ๊กเลือกไปเรียนต่อปริญญาโท ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา 555 (ไม่เคยบอกใครเลยนะเนี่ย พ่อพี่กิ๊กก็คงรู้จากโพสท์นี้แหละ) ^O^

     ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนเรียนจบป.ตรี แล้วกำลังหาที่เรียนว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศที่ไหนดี สมัยนั้นประเทศฮิตๆ ก็จะมีอังกฤษ, อเมริกา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ แต่ด้วยความอินดี้ เลยเลือกที่จะไปประเทศที่เป็นเจ้าของภาษา และยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไร เลยคิดว่าคนไทยน่าจะไม่เยอะ และบวกกับอยากตามรอยหนังทไวไลต์ เลยตัดสินใจไปเรียนต่อที่แคนาดา ดูเหมือนไร้สาระ (ซึ่งก็จริง 555) แต่นี่คือ จุดเปลี่ยนที่สำคัญของชีวิตช่วงหนึ่งของพี่กิ๊กเลยนะ ^^

 

รีวิว เรียนต่อ แคนาดา study in canada

 

     พี่กิ๊กเริ่มต้นจากไปเรียนภาษาก่อน แล้วทรานเฟอร์เข้ามหาวิทยาลัย หลักสูตร ป.โท ชีวิตการเป็นนักเรียนที่โน่นมันตื่นตาตื่นใจ และเปิดโลกทัศน์มากๆ เพราะต้องไปอยู่บ้านโฮสท์ ต้องปรับตัวกับวัฒนธรรมใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม ทำให้เราต้องปรับตัว เปิดใจ และยอมรับความเห็นต่าง

     เริ่มจาก การใช้ชีวิตอยู่บ้านโฮสท์ เป็นอะไรที่ร้องไห้มาก (ในช่วงแรกนะ) เข้าใจเลยว่าที่เค้าบอก “ไม่มีที่ไหนสบายเหมือนบ้านเรา” คือจริงที่สุด เช่น หลังอาบน้ำเสร็จ เราต้องเช็ดห้องน้ำให้แห้ง ตู้อาบน้ำต้องใช้ที่รีดน้ำ รีดน้ำให้แห้ง ให้กระจกใส อ่างล้างหน้า ก็ต้องเช็ดให้สะอาด รวมถึงกระจก ห้ามมีรอยน้ำกระเด็น พื้นห้องน้ำห้ามเปียก! มันเลยทำให้พี่กิ๊กติดนิสัยเป็นคนชอบห้องน้ำแห้ง หลังใช้ก็จะเช็ดแห้งหมด กลายเป็นคนมีระเบียบขึ้นมานิดนึง >.<” เรื่องอาหาร เค้าจะเตรียมไว้ให้เรา 3 มื้อ คือ เช้า กลางวัน เย็น ซึ่งส่วนมาก อาหารเช้าเค้าจะง่ายๆ นม ซีเรียล ขนมปัง แต่เราหิวไง อาหารเช้าก็ต้องข้าวมันไก่ โจ๊ก ไม่ก็อาหารตามสั่งต่างๆ ป่ะ! แล้วอาหารกลางวันเค้าก็จะเป็น pack lunch ห่อไปให้กินที่โรงเรียน ก็จะเป็นแซนวิชไส้ต่างๆ ส่วนมากจะเป็นชีสกับแฮม และก็กล้วย! บางวันก็มีขนมเวเฟอร์ใส่มาด้วย กินจนหน้าจะเป็นขนมปัง ตอนกินก็นึกถึงข้าวราดแกง ส้มตำ คอหมูย่างบ้านเราไป แต่หลังๆ นี่แอบทิ้ง แล้วไปซื้อที่โรงเรียนกินจ้ะ แต่เอาไปทิ้งที่โรงเรียนนะ ไม่ได้ทิ้งที่บ้าน กลัวโฮสท์เสียใจ >_< ส่วนอาหารเย็น ก็จะแล้วแต่อารมณ์โฮสท์ บางวันก็จะมีสเต็ก มันบด ไก่อบ สปาเก็ตตี้ พิซซ่า บางวันเค้าจะทำข้าวให้ เพราะรู้ว่าเราชอบกินข้าว ซึ่งโดยรวม พออยู่ๆไป ก็ปรับตัวได้ และเริ่มชิน ทำให้ตอนนี้พี่กิ๊กเป็นคนชอบกินนมกับซีเรียล และกล้วยมาก งงไปเลยจ้า ^^

 

รีวิว เรียนต่อ แคนาดา study in canada

 

     การเดินทางไปโรงเรียน ก็จะเดินจากบ้านโฮสท์ไปขึ้นสกายเทรน (รถไฟฟ้า) ประมาณ 15 นาที ซึ่งความโหดคือ อากาศที่โน่นค่อนข้างหนาว ปกติจะเลขตัวเดียว และส่วนมากจะมีฝนตกพรำๆ ถ้าหน้าหนาวก็ติดลบ แต่ต้องเดินขึ้นเขาลงเขา หน้าชามือขาชาไปหมด อารมณ์ตอนนั้นคืออยากจะโทรเรียกพี่วินมารับให้จบๆ แต่ไม่มีคร้า จะขึ้นแท็กซี่ก็แพ๊งแพง จะขึ้นบัส บ้านก็ไกลจากบัสสเตชั่น สรุปก็ต้องเดินอยู่ดี เดินไปเดินมา ก็เริ่มชินอีก ทำให้รู้สึกว่าการเดินที่โน่น เป็นเรื่องปกติมาก เลยทำให้พี่กิ๊กชอบใส่รองเท้าผ้าใบ เพราะสะดวกและคล่องตัวสุดๆ พอเดินไปถึงสถานีรถไฟ ที่โน่นจะซื้อเป็นบัตรนักเรียนรายเดือน ประมาณ 100 กว่าเหรียญ (CAD) ขึ้นได้ทั้งรถบัส และสกายเทรนเลย สะดวกสุดๆ แต่ราคาจะขึ้นอยู่ว่าซื้อกี่โซนนะ (แวนคูเวอร์มี 3 โซน) สมัยนั้นตามสถานีรถไฟไม่มีเครื่องตั้งเช็คตั๋วก่อนเข้าเหมือนบ้านเรา ซึ่งมีคนแอบโกงไม่ซื้อตั๋ว ส่วนมากจะเป็นพวกโฮมเลสกับนักเรียนอินเตอร์ (พี่กิ๊กไม่เคยนะจ๊ะ แอบร้อนตัวบอกก่อน อิอิ) ถ้าฟลุ๊ค มีเจ้าหน้าที่มาตรวจแล้วเราไม่มีบัตร ก็จะโดน ticket ปรับประมาณ 300 เหรียญ หน้ามืดกันไปเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ซื้อบัตรนักเรียนตามกฎเค้านะจ๊ะ ^^

 

รีวิว เรียนต่อ แคนาดา study in canada

 

     มาที่ชีวิตการเป็นนักเรียนกันบ้าง จำได้ว่า ชีวิตช่วงเรียนภาษาสนุกมากๆ เรียนแค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน พอเลิกเรียน ก็จะไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง กินเจลาโต้ท้าลมหนาว บนถนนชื่อดัง Robson street บางวันก็ไปเดินเล่น ขี่จักรยานที่ Stanley Park ไปเดินหาของกินที่ Granville Island วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ส่วนมากจะออกไปนอกเมือง ไปเที่ยว Victoria Island นั่งเรือไปดูปลาวาฬ, ตั้งแคมป์บนเกาะ Nanaimo, ไปเล่นสกี และสโนบอร์ดที่ Grouse Mountain นั่งชิวริมหาด Kitsilano หรือช่วงหยุดยาวหน่อย ก็จะบินไปลงที่เมือง Edmonton รัฐ Alberta เพื่อ Road trip จากเมืองเอ็ดมันตั้น ล่องลงไปเที่ยว Lake louis, Banff, Jasper, Athabasca Glacier เที่ยวลงไปจนถึงเมือง Calgary ฯลฯ บอกเลยว่า ประเทศนี้ธรรมชาติสวยมากๆ กรี๊ดสุดๆ รูปที่ถ่ายมา ไม่สวยเท่าที่เห็นผ่านสายตาเราเลยจริงๆ แอบกระซิบว่า Road trip รัฐอัลเบอร์ต้าที่พี่กิ๊กว่าสวยที่สุด จะเป็นช่วงซัมเมอร์ของเค้า คือช่วงเดือน มิ.ย. ถึง ส.ค. จ้ะ

 

รีวิว เรียนต่อ แคนาดา study in canada

 

     พอเรียนภาษาจบ ชีวิตก็เริ่มเปลี่ยน เมื่อต้องมาเป็นนักเรียน ป.โท T^T เพราะจากที่ใช้ชีวิตลัลล้า กิน เล่น เที่ยว ก็ต้องโฟกัสเรื่องเรียนมากขึ้น เพราะการเรียนที่โน่น แตกต่างจากบ้านเรามากๆ ด้วยภาษาที่พอพูดได้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ก็ต้องมาใช้แบบ academic มากขึ้น และน้องๆ อาจเคยได้ยินมาว่า ที่โน่นจะเน้นการเรียนแบบ Self-center คือ การเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และจะเน้นการ participate หรือการมีส่วนร่วมในคลาสมากๆ ปกติก่อนเข้าคลาส อาจารย์จะส่งไฟล์หัวข้อที่จะเรียนในคลาสต่อไปมาให้ก่อน ให้เรามาอ่านเอง ซึ่งเยอะมาก เรียกได้ว่า 1 – 2 บท ต่อคลาส แรกๆ ก็ต้องอ่านไป เปิดหาคำแปลไป แต่พออ่านไปเรื่อยๆ ก็แทบไม่ต้องเปิดหาคำแปลแล้ว และอ่านจับใจความได้เร็วขึ้น พอเราเข้าไปในคลาส อาจารย์จะเน้นการ discussion พูดคุยกันมากกว่า ว่าเราเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือมีความคิดเห็นในหัวข้อนั้นๆ อย่างไรบ้าง แรกๆ พี่กิ๊กไม่ค่อยกล้าตอบ แต่กลัวไม่ได้คะแนน มันก็จะบีบให้เราต้องยกมือตอบ เพื่อจะได้คะแนนตรงนี้ และแทบทุกคลาสจะมีการสอบควิซ ก็เหมือนเป็นการเช็คชื่อไปในตัว และจะมีรายงานกลุ่มตลอด แบบเยอะมาก แต่ทำให้ได้ใช้ภาษามากขึ้น จนตอนนั้นชินกับการพูดภาษาอังกฤษ และพูดโดยไม่ต้องคิดเรื่องแกรมม่าว่าจะถูกผิดเลย เรียกได้ว่า เถียงฝรั่งได้รัวๆ จ้า แต่แอบบอกเลยนะว่า ถ้าเราได้เกรดต่ำกว่า C แล้วไม่รีเกรด น้องๆ เรียนจบนะ แต่จะไม่ได้ใบปริญญาจ้ะ เราต้องรีเกรด คือลงเรียนใหม่นะ เพราะฉะนั้นต้องตั้งใจเรียนน้า ^^ ตอนนั้นรู้สึกตัวเองเรียนหนักมาก จนพี่กิ๊กพูดกับเพื่อนเลยว่า ต่อให้ได้ทุนเรียน ป.เอก ก็ไม่เรียนแล้วจ้า จบกันตรงนี้!! บรัย 555

 

รีวิว เรียนต่อ แคนาดา study in canada

 

     ชีวิต 3 ปีที่แคนาดา ผ่านไปเร็วมาก แต่มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากช่วงหนึ่งในชีวิต เรียกได้ว่า เป็นต้นทุนในการสร้างชีวิตเราเลยก็ว่าได้ มันเหมือนเราไปอัพเลเวลตัวเอง ทั้งทักษะด้านภาษา ความรู้ วิสัยทัศน์ มุมมองต่อผู้อื่น รวมถึงการทำงานและใช้ชีวิตอยู่กับคนที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม เปิดโลกใบใหม่ที่ใหญ่กว่าโลกที่บ้านของตัวเองมากๆ และที่สำคัญน้องๆ จะได้เพื่อนที่มาจากหลายประเทศทั่วโลก มันเป็น long-lasting friendship เพราะในวันนั้น วันที่เราใช้ชีวิตด้วยกัน เที่ยว เล่น และเรียนด้วยกัน เราผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย จนถึงทุกวันนี้ ที่แม้เวลาผ่านมาเป็นสิบปี แต่พวกเราก็ยังติดต่อและพูดคุยถามข่าวคราวกันอยู่ มันเป็นมิตรภาพที่ดี และเหนียวแน่นจริงๆ

 

รีวิว เรียนต่อ แคนาดา study in canada

 

     พี่กิ๊กอยากจะฝากถึงน้องๆ ที่มีความฝันอยากไปเรียนต่อต่างประเทศนะคะ ว่าถ้ามีโอกาส น้องๆไปเลยค่ะ อย่าลังเล อย่ากลัว การไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศกับการไปเที่ยวต่างประเทศไม่เหมือนกันนะ ซึ่งเราจะไปเที่ยวต่างประเทศเมื่อไรก็ได้ที่เราพอจัดเวลาไปได้ แต่การไป “ใช้ชีวิต” อยู่ต่างประเทศแบบนานๆ เราอาจจะมีโอกาสแค่ครั้งหนึ่งในชีวิตก็ได้ค่ะ เอาตัวเองออกจากคอมฟอร์ทโซน แล้วไปหาประสบการณ์ชีวิตกัน 🙂

     Getting out there… the world is waiting for you!

ดูข้อมูลเรียนต่อประเทศแคนาดาเพิ่มเติม