7 เหตุผลที่ควรเลือกไปเรียนภาษาอังกฤษที่ยุโรป

เรียนภาษา ยุโรป

อียู หรือ ยุโรป เป็นอีกสถานที่ที่น่าอยู่ และในแต่ละปีมีนักเรียนหลายล้านคนที่เลือกไปเรียนภาษาอังกฤษในประเทศแถบยุโรปนี้ นอกจากจะเป็นการพัฒนาทักษะภาษาแล้ว ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างอีกด้วย วันนี้พี่โทนี่ มี 7 เหตุผลดีๆ มาช่วยให้น้อง ๆ ตัดสินใจง่ายขึ้น ในการเลือกไปเรียนภาษาอังกฤษในประเทศอียู

เรียนภาษาที่ 3

1) เพิ่มโอกาสด้านหน้าที่การงานในอนาคต

การที่ได้ไปเรียนต่อต่างประเทศในยุโรป ถือเป็นการปูทางทางด้านอาชีพการงานในอนาคต เราสามารถที่จะอยู่ต่อได้หลังจากเรียนจบ หลาย ๆ ประเทศในยุโรปพยายามโน้มน้าวให้นักเรียนต่างชาติยู่ต่อหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ซึ่งทางรัฐบาลก็สนับสนุนให้นักเรียนต่างชาติอยู่ทำงานต่อและหางานที่มั่นคงให้หลังจากเรียนจบ การที่เราได้รัฐบาลสนับสนุน ทำให้เราสามารถหางานทำในประเทศอียูได้ย่างถูกกฎหมาย ซึ่งสิ่งนี้จึงเป็นการช่วยเราในการหางานที่ดีในอนาคตได้

2) มีมาตรฐานการศึกษาระดับโลก

ระบบการศึกษาในประเทศอียู เป็นที่ยอมรับในมาตรฐานสากลในระดับโลก มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดหลายแห่งก็ตั้งอยู่ในยุโรป เมื่อจบการศึกษาจากที่นี่นอกจากจะได้รับการยอมรับแล้ว คนที่จบจากมหาวิทยาลัยในยุโรปก็ยังเป็นที่ต้องการขององค์กรหรือบริษัทใหญ่ๆ อีกด้วย

3) มีทางเลือกสาขาในการเรียนที่หลากหลาย

เป็นที่รู้กันดีว่ามีมหาวิทยาลัยมากมายอยู่ในยุโรป ซึ่งมีหลักสูตรให้เลือกมากมาย มีให้เลือกทุกระดับ ทุกสาขา ทุกแขนง ที่อยากเรียน มีตั้งแต่มหาวิทยาลัยขนาดเล็กไปถึงมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งเพียบพร้อมและเพียงพอสำหรับทุกคน น้อง ๆ สามารถเลือกเรียนในหลักสูตรที่ต้องการได้

4) ค่าใช้จ่ายในการเรียนไม่แพง

ค่าเล่าเรียนของมหาวิทยาลัยรัฐส่วนใหญ่ในยุโรป ถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา หรือ ออสเตรเลีย และในบางประเทศในยุโรปไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนด้วยซ้ำ เรียนฟรี และยังมีโอกาสที่จะได้รับทุนการศึกษาอีกด้วย และยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกมากมายที่จะช่วยสนับสนุนค่าเล่าเรียนในระว่างที่เราศึกษาอยู่ที่นั่น

5) ง่ายต่อการเดินทางทั่วยุโรป

เวลาที่เรียนที่ยุโรป การเดินทางไปทั่วยุโรปนั้นง่ายมาก เพราะวีซ่านักเรียน ทำให้น้อง ๆ สามารถเดินทางไปยัง 26 รัฐของยุโรปได้ การคมนาคมระหว่างประเทศก็ง่ายและใช้เวลาในการเดินทางไม่นาน ตั๋วเที่ยวบินก็ราคาไม่แพง รถไฟและรถบัสก็มีให้บริการอย่างครบครัน เมื่อได้ไปเรียนที่ยุโรปแล้วควรใช้โอกาสนี้ออกเดินทางไปดูประเทศต่างๆ ทั่วยุโรป ให้เป็นประสบการณ์และกำไรของชีวิต

6) ระบบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยสอดคล้องกัน

ระบบการศึกษาในมหาวิยาลัยต่างๆในยุโรปสอดคล้องกันหมด ถ้าจบการศึกษาที่ประเทศสวีเดน ก็สามารถไปทำงานได้ที่เยอรมัน หรือสหราชอาณาจักรได้ เพราะวุฒิการศึกษาของทุกประเทศในยุโรปมีความเท่าเทียมกันหมด สามารถเอาวุฒิที่ได้ไปสมัครงานหรือเรียนต่อในประเทศอื่นๆ ได้

7) ภาษาในการเรียนเป็นภาษาอังกฤษ

ไม่ต้องกังวลว่าจะใช้ชีวิตประจำวันลำบาก เพราะสามารถใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้ ระบบการเรียนก็สามารถเลือกเรียนเป็นภาษาอังกฤษได้ ซึ่งการไปเรียนที่ยุโรป นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ยังได้ฝึกภาษาที่สาม ที่เป็นภาษาท้องถิ่นเพิ่มอีกด้วย ตามรัฐ หรือประเทศที่ไปอยู่

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วหากน้อง ๆ คนไหนสนใจไปเรียนภาษาอังกฤษที่ยุโรปก็ทักพี่โทนี่มาได้เลยทั้งทาง Facebook, Line หรือฟอร์มติดต่อเราที่หน้าเว็บไซต์

Ref : https://www.study.eu

5 เมืองรองที่อยากให้ลองไปเรียนภาษา

เรียนภาษา

เศรษฐกิจแบบนี้หลายๆคนอาจจะกังวลใจในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศว่าจะจ่ายไหวมั้ย??? วันนี้พี่ Tony เลยมาแชร์เมืองที่น่าเรียนภาษาแต่ค่าใช้จ่ายน่ารักให้น้องๆได้ลองศึกษากันดูนะครับ มาดูดีกว่าว่ามีเมืองไหนกันบ้าง

เรียนภาษา ไบรตัน อังกฤษ

เมืองไบรตัน ประเทศอังกฤษ

ไบรตัน เป็นเมืองตากอากาศริมชายฝั่งทะเลตอนใต้ที่มีชื่อเสียงของประเทศอังกฤษ มีโรงแรมเก่าแก่อยู่ติดชายฝั่งทะเลที่สร้างขึ้นในสมัยวิกตอเรีย เมืองนี้ยังเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ ร้านอาหาร และคาเฟ่มากมาย ผู้คนในเมืองก็จะชิลล์ๆหน่อย เป็นเมืองที่มีเสน่ห์เมืองหนึ่งของประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะถ้าคุณได้ไปเดินตามตรอกซอกซอยในตัวเมือง ทำให้ดึงดูดผู้คนมากมายทั้งคนอังกฤษเอง รวมถึงนักท่องเที่ยวและนักเรียนที่มาจากทุกมุมโลกให้มาเยือนที่นี่โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน การได้มาเรียนภาษาที่ไบรตันนั้นเป็นอะไรที่ดีมากๆ

ไม่น่าเชื่อว่าเมืองชายทะเลแห่งนี้ยังเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมเรื่องการศึกษาด้วย โดยเฉพาะโครงการระยะสั้นอย่างการเรียนซัมเมอร์เป็นกลุ่มและการเรียนภาษาระยะสั้นช่วงปิดเทอม ทำให้ที่นี่มีสถาบันภาษาที่มีคุณภาพตั้งอยู่หลายแห่งทั่วเมือง ด้วยตัวเมืองที่มีบรรยากาศแบบชิลล์ๆ ผู้คนที่เป็นมิตรและดูสบายๆ ทำให้มีนักเรียนอยากมาเรียนภาษาและเรียนต่อที่ไบรตันเยอะมากในแต่ละปี ในส่วนของโรงเรียนมัธยม, วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยก็ได้รับความนิยมเช่นกัน มีทั้งโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพหลักสูตรและมีจุดเด่นที่วิวทะเลแบบพาโนรามาจากห้องเรียน เป็นเมืองที่ใครไปก็จะได้รับความประทับใจกลับมาเสมอ

เรียนภาษา ชิคาโก อเมริกา

เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ชิคาโก้ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐอิลลินอยส์ที่มีความสำคัญเมืองหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นศูนย์กลางความเจริญแห่งหนึ่งของโลก และในปัจจุบันนับเป็น 1 ใน 10 เมืองสำคัญของโลกทางด้านเศรษฐกิจและสังคมด้วย ชิคาโก้ยังเป็นศูนย์กลางทางด้านความเจริญ การเงิน การคมนาคม และวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ มีนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจเดินทางเข้าไปที่ชิคาโก้เยอะมากในแต่ละปี รวมถึงเป็นหนึ่งในเมืองที่มีคนอาศัยอยู่มากที่สุดของประเทศอเมริกา มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย การท่องเที่ยวและเรียนและภาษาและเรียนต่อที่ชิคาโก้จึงกลายเป็นจุดมุ่งหมายหนึ่งของหลายๆคน

นอกจากการท่องเที่ยว เรื่องการศึกษาในชิคาโก้ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน ในเมืองนี้มีสถาบันภาษา โรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งที่รองรับนักเรียนต่างชาติที่เดินทางมาเรียนเป็นจำนวนไม่น้อยเลยในแต่ละปี ไม่ว่าจะมาเรียนภาษาระยะสั้นหรือระยะยาวที่มีหลักสูตรให้เลือกมากมาย และที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษแบบเร่งรัดที่หลักสูตรเปิดทุกวันจันทร์เกือบตลอดทั้งปี ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้คนนิยมเรียนต่อที่ชิคาโก้กันก็คือความหลากหลายทางวัฒนธรรมและตัวเลือกทางการศึกษาของเมืองนี้นี่เอง

เรียนภาษา บริสเบรน ออสเตรเลีย

เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย

บริสเบนเป็นเมืองหลวงของรัฐควีนแลนด์และเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับสามของประเทศออสเตรเลีย เป็นอีกเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม มากกว่า 30% ของคนที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นชาวต่างชาติที่มาตั้งถิ่นฐาน เป็นเมืองที่อยู่ง่าย ผู้คนอัธยาศัยดี มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย มีแนวชายหาดดังระดับโลกที่ Gold Coast ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาจากทั่วโลก การเรียนภาษาที่บริสเบนจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอันดับต้นๆ

บริสเบนเป็นจุดหมายของนักเรียนต่างชาติอีกเมืองหนึ่ง ในเมืองมีสถาบันสอนภาษาหลายแห่ง และมีหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากอย่างเช่นหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษแบบเร่งรัดและหลักสูตรวิชาชีพอย่างบาริสต้า ทำผมและที่เกี่ยวกับแฟชั่นและความงาม ที่เปิดสอนเกือบตลอดทั้งปี ช่วงซัมเมอร์ที่นี่จะค่อนข้างเต็มไปด้วยผู้คนเพราะมีนักเรียนต่างชาติเดินทางเข้ามาเรียนและท่องเที่ยวมากขึ้น บริสเบนมีโรงเรียนมัธยม, วิทยาลัยนานาชาติและมหาวิทยาลัยที่ดีหลายแห่งด้วยกัน มี University of Queensland ที่เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศและติดอันดับท็อป 50 ของโลกด้วยสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดให้คนมาเรียนต่อที่บริสเบนคือคนที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แบบถูกกฎหมาย ซึ่งอาจจะไม่ได้มากแต่เอามาช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในแต่ละสัปดาห์ได้ บริสเบนเหมาะกับนักเรียนโตและคนวัยเริ่มทำงานที่ต้องการมาเรียนต่อเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ เราเชื่อว่าถ้าคุณได้มาเรียนต่อที่บริสเบน คุณภาพชีวิตคุณจะดีมาก รวมถึงได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศที่ต่างไปจากชีวิตเดิมๆของคุณอย่างแน่นอน

เรียนภาษา เวลลิงตัน นิวซีแลนด์

เมืองเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์

เวลลิงตันเป็นเมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาะเหนือ มีชื่อเล่นว่า “เมืองแห่งสายลม” เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีสายลมพัดผ่านมากที่สุดของประเทศ เป็นเมืองที่อากาศดีเกือบตลอดทั้งปี เป็นเมืองที่สะอาด ไม่มีมลพิษเลย จนถูกยกให้เป็นอีกเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ตัวเลือกการเรียนภาษาและเรียนต่อที่เวลลิงตันจึงเป็นเรื่องน่าสนใจอีกเมืองหนึ่ง

นิวซีแลนด์นั้นขึ้นชื่อในเรื่องมาตรฐานของการศึกษาอยู่แล้วและเวลลิงตันก็เป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักเรียนต่างชาติเช่นกัน ที่นี่มีสถาบันการศึกษาที่ได้รับการยอมรับ มีมาตรฐานและได้รับการรับรองให้อยู่ใน category 1 อยู่หลายแห่ง ไม่ว่าคุณจะเลือกเรียนภาษาหลักสูตรระยะสั้น-ระยะยาว เรียนซัมเมอร์เดินทางเป็นกลุ่ม หรือเรียนในโรงเรียนมัธยม ก็มีหลักสูตรให้เลือกตามความต้องการ ค่าเทอมก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับประเททศอื่นๆที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ยังมีจำนวนนักเรียนส่วนหนึ่งเดินทางมาเรียนหลักสูตร Diploma ที่นี่ด้วยเพราะมีให้เลือกหลากหลายวิชา การเรียนต่อในระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยก็ได้ความนิยมเช่นกันนอกจากนี้นักเรียนต่างชาติที่ถือวีซ่านักเรียนยังสามารถเรียนและทำงานแบบพาร์ทไทม์ไปด้วยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์อีกด้วย จึงทำให้นักเรียนต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลกนิยมเดินทางไปเรียนภาษาและเรียนต่อที่เวลลิงตัน

เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา

โตรอนโต ตั้งอยู่ในรัฐมอนแทรีโอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของแคนาดาและใหญ่เป็นอันดับ 4 ในทวีปอเมริกาเหนือ มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติมากที่สุดเมืองหนึ่ง เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนรัฐบาลแคนาดาแต่งตั้งให้โตรอนโตเป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของประเทศเลยทีเดียวโตรอนโตยังเป็นเมืองที่ทันสมัยและมีความเป็นสากล มีกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ด้านวัฒนธรรม ด้านชีวิตแสงสีตอนกลางคืน มีตลาด รวมถึงถนนคนเดินและย่านชอปปิ้งมากมาย มีจุดท่องเที่ยวสำคัญ หลายที่ ซึ่งทั้งหมดทำให้เมืองนี้เป็นหนึ่งในหัวเมืองหลักสำหรับนักท่องเที่ยว การได้มาเรียนภาษาและเรียนต่อที่โตรอนโตจึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างบรรยากาศการเรียนและการท่องเที่ยว

โตรอนโตเหมาะกับนักเรียนต่างชาติทุกเพศทุกวัยที่ต้องการมาเรียน ไม่ว่าจะมาเรียนภาษาหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว เรียนต่อมัธยม หรือเรียนต่อมหาวิทยาลัย ที่นี่มีสถาบันการศึกษาที่น่าสนใจอยู่หลายแห่งด้วยกัน มีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอย่าง University of Toronto ที่ติดอันดับ Top 25 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลกทุกปี เหตุผลต่างๆที่ทำให้นักเรียนเลือกมาเรียนต่อที่โตรอนโตก็อย่างเช่น ค่าเรียนหรือค่าเทอมที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษ ค่าครองชีพที่ไม่แพงมากนักเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ อย่างนิวยอร์กหรือลอนดอน ความเป็นอยู่ของคนที่นี่และความปลอดภัยในเมืองก็ด้วย การเลือกมาเรียนภาษาและเรียนต่อที่โตรอนโตจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

หากน้องๆ สนใจดูข้อมูลประเทศและเมืองอื่นๆที่น่าสนใจไปเรียนต่อต่างประเทศอ่านต่อได้ที่นี่ครับ >> คลิก << กรือน้องๆคนไหนอยากได้ข้อมูลหรือคำปรึกษาในการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติมสามารถติดต่อมาได้ตามช่องทางการติดต่อได้เลยครับ พี่โทนี่ยินดีให้คำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมครับ

การเป็น Permanent Resident ที่แคนาดา ดีอย่างไร

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

Permanent Resident of Canada

Permanent Resident คือ วีซ่าแคนาดาถาวร เรียกสั้นๆว่า PR ของแคนาดา หรือกรีนการ์ดแคนาดา คนที่ถือ PR จะมีสถานะเท่าเทียมกับพลเมืองแคนาดาทุกอย่าง ยกเว้น ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งหรือลงคะแนนเสียงได้ และมีพันธะต้องอาศัยอยู่ในแคนาดาอย่างน้อย 730 วัน (ประมาณ 2 ปี) ในทุกๆ 5 ปี และสามารถอาศัยได้อย่างเสรีในทุกรัฐของแคนาดา ประกอบธุรกิจการค้าได้ทุกประเภท รวมถึงทำงานบริษัทเอกชน หรือรัฐบาล และยังได้รับสวัสดิการต่างๆ เท่าเทียมพลเมืองของแคนาดา หลังจากนั้นสามารถขอสัญชาติแคนาดาและพาสปอร์ตได้ (Canadian Citizenship & Passport) เมื่อพำนักอยู่ในแคนาดาครบ 3 ปีในทุก 5 ปี

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ถ้าน้องๆ ได้สัญชาติแคนาดา (Canadian Citizenship) ถือว่าน้องๆ ได้สิทธิประโยชน์อันประเมินค่าไม่ได้เลยจริงๆ (ประเมินคร่าวๆกันว่ามันมีมูลค่ามากกว่า $1 ล้านเหรียญเลยทีเดียว) เพราะด้วยสิทธิประโยชน์หลายๆ อย่าง แล้วพลเมืองแคนาดาที่ถือพาสปอร์ตแคนาดา สามารถเดินทางเข้า-ออกได้มากกว่า 188 ประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องขอวีซ่า (Visa Free) หรือขอวีซ่าเมื่อไปถึง (Visa on arrival) โดยพาสปอร์ตแคนาดาได้รับการจัดอันดับอยู่ในลำดับที่ 3 ของโลก เทียบเท่ากับ พาสปอร์ตเยอรมัน (As of 7 July 2020) ซึ่งข้อนี้กรี๊ดมากกกก เพราะไม่ต้องเตรียมเอกสารต่างๆในการขอวีซ่าให้วุ่นวาย

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ที่เลิศกว่านั้นคือ กฏหมายไทยอนุญาตให้พลเมืองไทยถือครองได้หลายสัญชาติ (Dual / Multi Citizenship) มีสถานะเป็นพลเมืองแคนาดาและพลเมืองไทยได้ คือ ถือทั้งพาสปอร์ตแคนาดาและพาสปอร์ตไทยเลย ข้อดีของการมีสองสัญชาติ (Dual citizenship) หรือหลายสัญชาติ (Multi citizenship) มันเป็นก้าวที่สำคัญ สู่ชีวิตที่มีความเป็นนานาชาติ (International life) โดยไม่จำกัดตนเองให้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่ว่าในสถานการณ์ความยุ่งยากใดๆ ปัญหาการเมือง เกิดจลาจล หรือภัยจากการก่อการร้าย พาสปอร์ตเล่มที่สองที่ได้มาจาก การย้ายประเทศ เปลี่ยนประเทศ ย้ายสัญชาติ หรือเปลี่ยนสัญชาติ นำมาซึ่งผลประโยชน์มากมายให้กับน้องๆและครอบครัว เช่น การวางแผนด้านภาษี (Tax optimization) เดินทางเสรี โอกาสด้านการศึกษา บริหารจัดการความเสี่ยงด้านต่างๆในชีวิต ฯลฯ

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ PR จะได้รับ

  • มีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกับพลเมืองที่เกิดในแคนาดา (Canadian-born citizens) ทุกประการ
  • เมื่อได้รับสถานะพลเมืองแคนาดาแล้ว สัญชาติแคนาดาคงอยู่ติดตัวตลอดชีพและตกทอดไปถึงลูกหลาน
  • การศึกษาภาคบังคับ ประชาชนเรียนฟรี ตั้งแต่ประถม จนถึงมัธยมปลาย
  • ผู้ถือวีซ่าถาวรแคนาดา PR Canada เมื่อเรียนต่อแคนาดาในระดับปริญญาตรี (Undergraduate) หรือปริญญาโท-เอก (Post-graduate) ประหยัดค่าเทอมได้มากกว่าปีละ 700,000-800,000 บาท (เทียบกับนักเรียนต่างชาติที่ขอใบอนุญาตเรียนต่อแคนาดา) รวมทั้งขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล/ทุนการศึกษา/เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาฯ ได้ด้วย
  • สามารถสปอนเซอร์สามี ภรรยา บิดา มารดาและลูก (ไม่เกิน 18 ปี) มาอยู่แคนาดาได้
  • ระบบประกันสุขภาพ รักษาพยาบาลฟรี ภายในเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับโลก
  • ได้รับการเคารพต่อวัฒนธรรมและความเชื่อที่แตกต่างหลากหลาย ได้รับการคุ้มครองในเสรีภาพการนับถือศาสนา เสรีภาพในการแสดงออก
  • ได้รับสวัสดิการเงินช่วยเหลือ (Income Assistance) ในหลายรูปแบบ เช่น เงินช่วยเหลือบุตร (National Child Benefits), เงินบำนาญคนชรา (Old Age Security Pension), เงินเกษียณอายุ (Canada Pension Plan), เงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย (Guaranteed Income Supplement), เงินประกันการว่างงาน (Unemployment Insurance)
  • Employment Insurance (EI) รัฐบาลจะจ่ายเงินให้กับผู้ว่างงานในจำนวน 55% ของรายได้ล่าสุดของผู้ว่างงานเท่านั้น หรือสูงสุดที่ $562 ต่อสัปดาห์

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ประเภทของ EI

  • สำหรับคนว่างงาน 14-45 สัปดาห์
  • เงินคลอดบุตร 15 สัปดาห์
  • ผู้ที่จำเป็นต้องลางานดูแลบุตรหลังคลอด 35 สัปดาห์
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงไม่สามารถทำงานได้ 15 สัปดาห์
  • ผู้ที่ต้องลางานไปดูแลเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี 35 สัปดาห์
  • ผู้ที่ต้องลางานไปดูแลผู้ใหญ่ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป 15 สัปดาห์
  • ผู้ที่ต้องลางานไปดูแลผู้ใหญ่ที่อาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน 26 สัปดาห์

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น้องๆ อยากย้ายไปแคนาดาเลยใช่มั้ย นอกจากสิทธิ์ที่จะได้รับจากการเป็น PR แล้ว คุณภาพชีวิตด้านต่างๆก็ดีมากๆ ด้วย เพราะแคนาดาเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง เป็นประเทศที่มีมาตรฐานการครองชีพสูง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีมาก โดย UN พิจารณาดัชนีชี้วัดที่สำคัญจาก รายได้เฉลี่ยของประชาชนสูง, ประชาชนมีอายุยืนยาว (อาชญากรรมต่ำ, สิ่งแวดล้อมที่ดี), ประชาชนมีการศึกษาที่ดี (คุณภาพ, โอกาสเข้าถึงการศึกษา) ทำให้ชาวแคนาดามีคุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยมเป็นอันดับต้นๆของโลก ประชาชนมีอายุยืนยาว มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ไร้มลภาวะ ภูมิประเทศยิ่งใหญ่งดงาม (ยิ่งใหญ่และสวยงามกว่าอเมริกา) บ้านเมืองสะอาดเป็นระเบียบ มีสังคมที่สร้างสรรค์และสงบสุข ปลอดสิ่งมอมเมาและอบายมุข มีความปลอดภัยสูงมาก

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

และที่สำคัญที่สุดสำหรับน้องๆ นักเรียน ประเทศแคนาดาให้ความสำคัญกับการศึกษามาก จึงใช้จ่ายงบประมาณลงทุนในเรื่องของการศึกษามากที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดากลุ่มประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจของโลก (OECD) ทุกปีรัฐบาลแคนาดาจะจัดสรรงบประมาณจำนวนมหาศาลให้กับการศึกษา มากกว่าประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ ประเทศแคนาดาถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่ประชาชนมีการศึกษามากที่สุดในโลก คือ มากกว่า 54% ของประชากรวัยทำงาน 25-64 ปี มีการศึกษาระดับ อาชีวะศึกษา วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย ดังนั้น น้องๆ กำลังจะได้ไปเรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่มีมีคุณภาพและมีชื่อเสียงจัดอยู่ในอันดับต้นๆของโลก

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ในแต่ละปีมีนักเรียนเดินทางไปเรียนต่อที่แคนาดาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ซัมเมอร์คอร์ส (Summer Course) เรียนภาษาช่วงปิดเทอม หลักสูตรเรียนภาษาทั้งระยะสั้นและระยะยาว หลักสูตรมัธยม ประกาศนียบัตรต่างๆ (Diploma and Certificate) โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการโรงแรม รวมถึงการเรียนต่อระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยก็ไม่น้อยเช่นกัน อย่างมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของแคนาดา ได้แก่ University of British Columbia, University of Toronto, และ University of Montreal เป็นต้น ซึ่งหลายโปรแกรมเมื่อจบแล้ว นักเรียนจะได้รับ “Post Graduate Work Permit” หรือเรียกสั้นๆว่า PGWP คือ ใบอนุญาตในการทำงานต่อหลังจากที่เรียนจบ ซึ่งสามารถทำงาน Full time ไม่จำกัดชั่วโมงได้ เป็นระยะเวลาตั้งแต่ 8 เดือน – 3 ปี โดยจะแปรไปตามระยะเวลาที่น้องๆเรียน นอกจากจะได้ประสบการณ์ทำงาน Full time หลังเรียนจบแล้ว ยังมีสิทธิ์สมัครเป็นวีซ่าพักอาศัยแบบถาวร (Permanent Resident-PR) เป็นการเพิ่มโอกาสในการขอสัญชาติแคนาดาด้วย

Permanent Resident แคนาดา PR Canada กรีนการ์ดแคนาดา

ถ้าน้องๆเป็นคนที่อยากเปลี่ยนแปลงและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับตัวเอง พี่ๆ Tony Education พร้อมแชร์ประสบการณ์และให้คำแนะนำด้านการศึกษาต่อ การทำวีซ่า การใช้ชีวิตที่ประเทศแคนาดา รวมถึงการทำเรื่อง การย้ายประเทศ หรือย้ายที่พำนักถาวร ให้กับน้องๆ นะคะ ติดต่อพี่ๆ มาเลยค่ะ

อ่านบทความ รีวิว ชีวิตคูลๆ ของพี่กิ๊ก Tony Education ตอนเรียนต่อ ป.โท ที่แคนาดา >>คลิก<<

คำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

คำศัพท์เดือน ภาษา

สำหรับน้องๆคนไหนที่อยากทราบว่า คำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ เขียนและอ่านอย่างไรบ้าง วันนี้พี่โทนี่นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ ทั้ง 12 เดือนมาให้น้องๆเรียนรู้กัน ถึง 6 ภาษา กันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน, ภาษาเกาหลี, ภาษาญี่ปุ่น, ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาสเปน พร้อมกันแล้วใช่ไหมครับ ไปดูกันเลย

ภาษาอังกฤษ

นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

ภาษาจีน

นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

ภาษาเกาหลี

นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

ภาษาญี่ปุ่น

นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

ภาษาฝรั่งเศส

นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

ภาษาสเปน

นำคำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับ คำศัพท์เดือนในภาษาต่างๆ หากน้องๆคนไหนสนใจไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ ติดต่อพี่โทนี่มาได้เลยนะครับ 🙂

ค้นหาตัวตนด้วยการ Take Gap Year | ทำยังไงให้ Gap year มีประโยชน์มากที่สุด

ค้นหาตัวตนด้วยการ Take Gap Year

ค้นหาตัวตนด้วยการ Take Gap Year หลายคนสงสัยว่า Gap Year คืออะไร Gap Year ก็คือช่วงเวลาที่หยุดพักประมาณ 1 ปี ซึ่งคนส่วนใหญ่นิยมจะพักช่วงก่อนเข้ามหาวิทยาลัย หรือหลังจบมหาวิทยาลัย Gap Year มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนนัก หรือคนที่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรแต่รู้สึกว่ายังไม่มีความพร้อม บางคนเลือกที่จะหยุดไปทำงานเพื่อเก็บเงินเรียนต่อ บางคนเลือกไป Work and Travel ก่อนทำงาน หรือบางคนเลือกจะไปเรียนภาษาต่างประเทศก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งพี่ Tony ก็มีโอกาสได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอเมริกามา 1 ปี โดยส่วนตัวคิดว่ามีประโยชน์และคุ้มค่ามาก ทำให้เรามีความพร้อมมากขึ้นสำหรับการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

ทำยังไงให้ Gap Year มีประโยชน์มากที่สุด

  • คิดว่าอยากได้อะไรจาก Gap Year

ในระหว่างช่วง Gap Year คุณสามารถไปฝึกงาน, Work and Travel, ท่องเที่ยว, ทำงานอาสาสมัคร หรือไปเรียนภาษาต่างประเทศ นอกจากคุณจะได้พัฒนาภาษาแล้ว คุณจะได้ใช้ชีวิตในต่างแดน เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลาย ปรับทัศนคติ และได้มุมมองอะไรใหม่ๆ อีกด้วย

  • ทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน

ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น เรียนภาษาต่างๆ เรียนทำอาหาร เรียนถ่ายภาพ หรือเรียนสิ่งที่จะช่วยให้คุณโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ เมื่อคุณสมัครเข้าทำงาน หรือสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถ้ามีโอกาสได้ทำอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ อย่าปฏิเสธ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ชอบก็ตาม เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจจะมีประโยชน์ต่อคุณในอนาคตได้ แต่ถึงแม้ว่าคุณจะเลือกไปท่องเที่ยว ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ เพราะการท่องเที่ยวจะช่วยให้คุณได้เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ การต่อรอง และทักษะชีวิตต่างๆ

  • วางแผนให้ดี

ในระหว่าง Gap Year คุณสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง เดินทางไปได้หลายประเทศ ฉะนั้นคุณควรที่จะคิดให้ดีว่าจะทำอะไร ไปที่ไหน เพราะคุณอาจจะมีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง เพื่อที่จะได้ประสบการณ์ที่ดี มีคุณภาพ มีประโยชน์ คุณควรที่จะวางแผนก่อน แน่นอนว่า ถ้าคุณต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศ พี่ Tony สามารถให้คำแนะนำและแชร์ประสบการณ์ให้ได้แน่นอน

  • เขียนประสบการณ์ที่ได้รับจาก Gap Year ใน CV

ถ้าคุณไปฝึกงาน, Work and Travel, ทำงานอาสาสมัครต่างๆ, หรือเรียนต่อต่างประเทศ คุณสามารถเขียนลงใน CV ได้ โดยเขียนชื่อบริษัท หรือองค์กร ระยะเวลา หน้าที่ ความรับผิดชอบ และสิ่งที่ได้รับ เพราะประสบการณ์แบบนี้ไม่สามารถหาได้ง่ายๆ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาส ถ้าคุณไปท่องเที่ยวหรือเรียนต่อต่างประเทศ คุณก็สามารถเขียนลงใน CV ได้ เพราะประสบการณ์ต่างๆ ที่คุณทำระหว่าง Gap Year สามารถแสดงความเป็นตัวคุณได้ และคุณสามารถใส่ทักษะที่คุณได้รับจากการไปเรียนลงไปใน CV ได้เช่นกัน

  • กล้าที่จะตัดสินใจทำและออกจาก Comfort Zone

สิ่งที่ยากที่สุดของการไป Gap Year คือ การตัดสินใจทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นๆ หรือทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติ และก้าวออกจาก Comfort Zone ของคุณ ถ้าคุณมีความฝัน คุณต้องมั่นใจ และลงมือทำมัน

สักครั้งในชีวิต ลองค้นหาตัวตนด้วยการ Take Gap Year พี่ Tony ขอให้น้องๆ ที่ Take Gap Year สนุก และได้รับประสบการณ์ดีๆ นะครับ

Credit : https://campus.campus-star.com/

5 เคล็ดลับ เรียนต่อต่างประเทศ ให้มีความสุข และคุ้มค่าที่สุด

เคล็ดลับ เรียนต่อต่างประเทศ

การเรียนรู้ภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำนั้น บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่ยาก แต่ใครจะรู้บ้างว่าในการไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ได้จำเป็นที่เราจะต้องเรียนรู้เฉพาะในตำราเท่านั้น เพียงแค่เรามองไปรอบๆ ตัวก็สามารถที่จะเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ได้แล้ว แถมยังได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมของเขาอีกด้วย ดังนั้นถ้าใครกำลังมีแพลนจะไปเรียนต่อเมืองนอกอยู่ อย่าลืมนำ 5 เคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้กันด้วยนะครับ

1. โหลดแอพแปลภาษาไว้ในมือถือ

แอพพลิเคชั่นแปลภาษาสำคัญมาก มันช่วยทำให้เราประหยัดเวลาในการหาความหมายของคำศัพท์ได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากเราจะสามารถใช้ตรวจสอบความหมายของคำศัพท์ได้แล้ว ยังช่วยทำให้เราสามารถเชื่อมโยงคำศัพท์ใหม่ๆ เข้ากับคำศัพท์ที่มีความหมายใกล้เคียงกันได้เร็วมากยิ่งขึ้น เช่น Delayed (ล่าช้า) = Late (สาย), Delicious (อร่อย) = Tasty (รสอร่อย) เป็นต้น

2. ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ในวันหยุด

นอกจากที่เราจะต้องใจเรียนแล้ว การได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ในวันหยุดก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยทำให้เราได้รับประสบการณ์ดีๆ มากมาย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเรียนรู้นอกตำราเรียนที่ได้ทั้งความรู้และได้รับมิตรภาพที่ดีกลับมาจากเพื่อนๆ อีกด้วย

3. ทำตัวให้เหมือนคนท้องถิ่น

เวลาที่เราได้ออกไปทานข้าวข้างนอกที่พัก ให้เราลองอ่านเมนูอาหารเพื่อเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และยังได้อรรถรสทางวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย ลองพูดคุยกับคนในท้องถิ่นและสอบถามหากเราไม่เข้าใจว่าคำที่ได้ยินนั้นมีความหมายว่าอย่างไร เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เราใช้ชีวิตในต่างประเทศได้อย่างมีความสุข เพราะการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นนั้นไม่ได้มีสอนในตำราเรียน แต่หากจะต้องเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

4. ใช้ทุกโอกาสเพื่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ในช่วงเวลาที่เราว่างจากการเรียน หรือในเวลาที่ออกไปซื้อของข้างนอก ให้เราพยายามเดินดูบริเวณโดยรอบของห้างสรรพสินค้า ให้ความสนใจกับรายชื่อสินค้าและอ่านป้ายต่างๆ ที่ได้เจออย่างละเอียด ซึ่งจะทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับชื่อผัก-ผลไม้ ของใช้ต่างๆ และจดจำนำไปใช้หรือพูดกับคนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น

5. เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง หากเรายังไม่แน่นพอ

สำหรับสถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัยในต่างประเทศส่วนใหญ่แล้วจะมีคอร์สเรียนที่เปิดสอนให้กับนักศึกษาต่างชาติที่มีพื้นฐานทางด้านภาษายังไม่ค่อยดี ซึ่งจะเป็นการช่วยเสริมบทเรียนที่ครอบคลุมพื้นฐานในการเรียนด้านวิชาการ การเขียนเรียงความ และยังครอบคลุมไปถึงทางด้านทักษะในการสนทนาอีกด้วย จะช่วยทำให้เราสามารถพูดคุยหรือสนทนากับคนอื่นได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษา

Credit : https://campus.campus-star.com